วิธีทำหน้าเรียว จึงนำวิธีการนี้มาใช้เพื่อประโยชน์ในด้านความสวยงาม

วิธีทำหน้าเรียว จึงนำวิธีการนี้มาใช้เพื่อประโยชน์ในด้านความสวยงาม เพราะความสวยกลายเป็นค่านิยมของยุคดิจิตอล ที่สามารถเนรมิตลูกเป็ดขี้เหร่ให้งดงามได้แบบง่ายๆ ทำให้กระแสการทำหน้าเรียวเล็กแบบดารากำลังมาแรงในวันนี้ ซึ่งกรณีนี้แพทย์ศัลยกรรมตกแต่งชี้ว่า เพราะโครงสร้างของผู้หญิงไทย ส่วนใหญ่มักมีเนื้อบริเวณใบหน้า.

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7

โดยเฉพาะแก้ม ทั้งรูปหน้าที่เกิดโดยกรรมพันธุ์ตามธรรมชาติ ทั้งแก้มยุ้ย อวบอูม หน้ากาง วิธีทำหน้าเรียว

หรือด้วยยิ่งอายุที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนน้อยลง จึงเกิดริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อย ยิ่งสมัยนี้ดารานักร้องมีรูปหน้าเล็กแหลมเรียว กรอบหน้าชัดเจนทำให้ถ่ายรูปได้สวย จึงไม่แปลกที่กระแสหน้าเล็กจึงกลายเป็นสุดยอดปรารถนาของสาวไทยในขณะนี้
นพ.ทรงยศ จันทจิตร์ ศัลยแพทย์ตกแต่งยศยาคลินิก ให้คำแนะนำเรื่องการทำหน้าเล็กเรียวแบบดารา ว่า ปัจจุบันมี 3 ทางเลือกที่เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย คือ การฉีดโบท็อกซ์ การร้อยไหม และการใช้เลเซอร์ควบคู่ไปกับดูดไขมันที่หน้า ซึ่งเทคนิคแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันทั้งในด้านวิธีการทำและผลลัพธ์ที่ได้
หน้าเล็กด้วยโบท็อกซ์ โบท็อกซ์ หรือสารโบทูลินั่ม ท็อกซินเอ เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งซึ่งสร้างจากแบคทีเรีย ชื่อคลอสตริเดียม โบทูลินั่ม โบทูลินั่ม ท็อกซิน ออกฤทธิ์โดยการไปจับกับส่วนปลายของเซลล์ประสาท ทำให้เซลล์ประสาทไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทได้ กล้ามเนื้อจึงคลายตัว วิธีทำหน้าเรียว.

คอลลาเจนผงยี่ห้อไหนดีที่สุด อย่างไรก็ตามคอลลาเจนไม่ได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว

คอลลาเจนผงยี่ห้อไหนดีที่สุด อย่างไรก็ตามคอลลาเจนไม่ได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว ในทางการแพทย์แผ่นคอลลาเจนเป็นวัสดุที่เหนียว ยืดหยุ่น และอุ้มน้ำได้ดี เป็นคุณสมบัติที่เหมาะสำหรับใช้ปิดปากแผล ใช้เป็นลิ้นหัวใจเทียม หรือใช้ในการศัลกรรมอวัยวะต่างๆ รวมทั้งเพื่อเสริมความงาม ในอุตสาหกรรมอาหารใช้คอลลาเจนในการเพิ่มเนื้อสัมผัสให้อาหาร โดยใช้คอลลาเจนที่ผ่านความร้อนเป็นเวลานานจนโปรตีนเสียสภาพ หรือที่เรียกว่า เจลลาติน ซึ่งเราเองก็บริโภคกันมานานในฐานะขนมชนิดหนึ่ง  คอลลาเจนมีคุณค่าเท่าที่มันจะมีได้ เราใช้ประโยชน์และบริโภคมันมานานแล้ว ก่อนที่จะมีผู้นำไปกล่าวอ้าง เสริมเติมแต่งสรรพคุณต่างๆ เข้าไป เมื่อเกิดกระแสความนิยมขึ้นแล้ว การเปลี่ยนความเชื่อของคนเป็นเรื่องยากยิ่ง แม้จะนำข้อเท็จจริงข้างต้นมาหักล้าง แต่หากตัวผู้บริโภคเชื่ออย่างฝังหัวไปแล้วย่อมมีข้อแก้ต่าง มีเหตุผลให้ตนเองเสมอ อย่างกรณี เครือง GT200 แม้จะแกะตัวเครื่องให้เห็นด้านในกลวงๆ แต่เหล่าทหารที่เชื่อสุดใจไปแล้ว ก็ยังโต้แย้งว่าเครื่อง GT200 ใช้การได้ และขออนุมัติให้ซื้อมาใช้เพื่อความสบายใจ (ด้วยราคาหลักล้าน) คอลลาเจนผงยี่ห้อไหนดีที่สุด.
คอลลาเจนผงยี่ห้อไหนดีที่สุด
คอลลาเจนผงยี่ห้อไหนดีที่สุด เรื่องของคอลลาเจนก็เช่นกัน แม้จะมีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงใดๆ มายืนยัน แต่สำหรับคนที่เชื่อว่า กินคอลลาเจนแล้วดี ก็คงจะมีข้อโต้แย้งเสมอ เป็นต้นว่า “เค้าใส่มาแล้วก็น่าจะมีประโยชน์บ้าง ดีกว่าไม่ใส่” หรือ “มีงานวิจัยว่ากินแล้วรู้สึกดีขึ้น ริ้วรอยลดลง” ข้ออ้างเหล่านี้แม้จะมาจากงานวิจัยแต่ก็มักเป็นงานวิจัยที่ทำขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อหาข้อมูลสนับสนุนด้านดีของผลิตภัณฑ์ เช่น งานวิจัยที่สรุปว่าทาครีมที่ผสมคอลลาเจนแล้วกลุ่มตัวอย่างรู้สึกผิวนุ่มมากขึ้น

คำว่า “รู้สึกผิวนุ่มมากขึ้น” หมายความว่าอย่างไร? ผิวนุ่มในงานวิจัยแบบนี้ เป็นความรู้สึกส่วนตัวของกลุ่มตัวอย่างเล็กๆ ที่อาจถูกถามนำด้วยคำถามในแบบสอบถามว่า “หลังจากใช้ครีมแล้ว รู้สึกผิวนุ่มชุ่มชื้นมากขึ้นหรือไม่” แล้วมีตัวเลือกเช่น นุ่มมาก นุ่มเล็กน้อย เท่าเดิม นุ่มน้อยลง ให้เลือก การถามนำลักษณะนี้ย่อมได้คำตอบที่เอนเอียงไปในแนวทางที่ผู้วิจัยต้องการ นอกจากนี้ “ที่บอกว่านุ่มมากขึ้น” นั้น “มากขึ้น” เมื่อเทียบกับอะไร? ส่วนใหญ่แล้วมักเป็นการทดลองเทียบระหว่างการทาครีมผสมคอลลาเจนกับการไม่ทาครีมใดๆ ซึ่งไม่แปลกที่สารให้ความชุ่มชื้นที่ใช้ในครีมทั่วไป รวมทั้งส่วนประกอบอีกนับ 10 ชนิด ที่อยู่ในเนื้อครีมจะทำให้ให้รู้สึกว่าผิวนุ่มมากขึ้น แต่งานวิจัยกลับสรุปเหมารวมว่าเป็นเพราะผลของคอลลาเจนล้วนๆ คอลลาเจนผงยี่ห้อไหนดีที่สุด

งานวิจัยลักษณะนี้แค่กลุ่มตัวอย่าง 6 คน จาก 10 คน ตอบแบบสอบถามว่า “นุ่มเล็กน้อย” ก็สามารถเขียนโฆษณาได้แล้วว่า “จากการวิจัยผู้ใช้มากกว่าครึ่งใช้ครีมผสมคอลลาเจนเพียงครั้งเดียว ก็รู้สึก ผิวนุ่มชุ่มชื้น กระชับเต่งตึง หน้าเด้ง มีเลือดฝาด” งานวิจัยเหล่านี้ลำเอียงตั้งแต่เริ่มต้นทำ แล้วผลการทดลองจะเชื่อถือได้อย่างไร?

ทางเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้นคงไม่ได้คิดจะให้ข้อมูลครบทุกแง่มุมอยู่แล้ว เห็นได้จากการเลือกใช้ถ้อยคำในโฆษณาที่จงใจคัดสรรค์ถ้อยคำที่ทำให้ผู้ชมโฆษณาอนุมาน หรือคิดไปเองว่าผลิตภัณฑ์นี้ดีเลิศ รวมทั้งจงใจไม่นำเสนอข้อมูลบางอย่างที่เป็นผลเสียต่อยอดขาย ข้อมูลจากผู้ผลิตจึงเป็นความจริงเฉพาะที่เขาอยากบอกเท่านั้น อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าคอลลาเจนเป็นโปรตีนที่พบมากถึง 1 ใน 3 ของโปรตีนในสัตว์ จึงมีอยู่เป็นจำนวนมาก หาได้ง่าย ด้วยต้นทุนราคาถูก หากสามารถทำให้เกิดกระแสนิยมบริโภคคอลลาเจนจนทำให้คอลลเจนขายได้ราคาสูงขึ้นอีกหลายเท่า คิดเป็นกำไรมูลค่ามหาศาล แล้วมีหรือที่ผู้ผลิตอาหารจะสนใจว่าประโยชน์ที่แท้จริงของคอลลาเจนมีมากแค่ไหน?

ถ้าจะมีหนทางใดที่ทำให้กระแสเรื่องคอลลาเจนจางหายไป น่าจะเป็นเพราะเจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเอง เมื่อความนิยมคอลลาเจนมาถึงจุดอิ่มตัว ไม่รู้จะขายสินค้าคอลลาเจนในรูปแบบใดแล้ว เจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างๆ จำเป็นต้องสร้างกระแสใหม่และค่านิยมใหม่ขึ้นมา ประโคมโฆษณา ให้ข้อมูลที่บิดเบือนแก่ผู้บริโภค เป็นไปตามวงจรเดิมๆ เมื่อมีแหล่งรายได้ใหม่แล้ว เมื่อนั้นเรื่องที่ว่า “กินคอลลาเจนแล้วมีประโยชน์หรือไม่?” ก็คงไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป

อาจจะฟังดูแปลกแต่การใส่ผงเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ได้จากวัวและปลาลงไปในกาแฟ เครื่องดื่มสมูทตี้ ข้าวโอ๊ต หรือน้ำผลไม้จู่ๆก็กลายเป็นกระแสมาแรงในหมู่คนที่นิยมรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ ประโยชน์ของมันคืออะไร? เรากำลังพูดถึงผงคอลลาเจนซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมสร้างโปรตีนแล้วยังสามารถบรรเทาอาการปวดตามข้อ บำรุงสุขภาพลำไส้ และลดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้อีกด้วย ขณะที่บางคนกำลังวิตกกังวลเรื่องภาวะแก่ก่อนวัย หรือระบบทางเดินอาหารทำงานน้อยลง หรือปวดตามข้อต่างๆ และกระดูกลั่นราวกับคนแก่อายุแปดสิบปี แต่ฉันต้องหาคำตอบให้ได้ว่าผงคอลลาเจนนั้นเชื่อถือได้หรือเปล่า ขั้นแรกคือทำการวิจัย ส่วนขั้นที่สองคือต้องทดลอง!

การศึกษาล่าสุดพบว่าผู้หญิงที่รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนทุกวันจะมีร่องลึกรอบดวงตาน้อยลงถึงร้อยละ 20 หลังจากที่ผ่านไป 8 สัปดาห์ นอกจากนี้การศึกษาอื่นยังพบว่าการรับประทานคอลลาเจนเสริมทุกวันจะช่วยบรรเทาอาการปวดเข่าที่เกิดจากโรคข้อเสื่อมได้เนื่องจากคอลลาเจนจะเพิ่มระดับกรดอะมิโนซึ่งใช้ในการสร้างเนื่อเยื่อกระดูกและข้อต่อ และแม้ว่าจะยังไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับคอลลาเจนที่ส่งผลต่อสุขภาพลำไส้แต่ก็มีความเป็นไปได้เนื่องจากกรดอะมิโนจากคอลลาเจนจะช่วยป้องกันภาวะลำไส้รั่วซึ่งเชื่อมโยงกับโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองและโรคแพ้กลูเต็น คอลลาเจนผงยี่ห้อไหนดีที่สุด เอาละคราวนี้ก็ได้เวลาทดลองแล้ว และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่ฉันเริ่มใส่ผงคอลลาเจนจำนวน 2 ช้อนโต๊ะลงไปในกาแฟหรือเครื่องดื่มสมูทตี้ทุกวันเป็นเวลาติดต่อกันหนึ่งเดือน
1. ฉันรู้สึกอิ่มไปจนถึงมื้อเที่ยง

เนื่องจากคอลลาเจนจำนวน 2 ช้อนโต๊ะจะเพิ่มโปรตีนให้กับสิ่งที่คุณรับประทานหรือดื่มเข้าไปประมาณ 20 กรัม ข้อดีของคอลลาเจนเมื่อเทียบกับผงโปรตีนชนิดอื่นคือความสารพัดประโยชน์ของมันทั้งไร้รสชาติและสามารถละลายในน้ำได้ ดังนั้นกาแฟของฉันก็จะยังมีรสกาแฟแบบเดิมๆไม่ผิดเพี้ยนแต่ประการใด ที่สำคัญความร้อนไม่ทำให้คุณค่าของคอลลาเจนสูญเสียไปด้วย
2. อาการปวดตามข้อลดน้อยลง

ในช่วงปีครึ่งที่ผ่านมาฉันทุกข์ทรมานจากอาการปวดตามข้อและเข่าขวาของฉันมากโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน ทุกครั้งที่เดินขึ้นบันไดก็จะมีเสียงกระดูกลั่นน่ารำคาญ อย่างไรก็ตามในช่วงสัปดาห์ที่สามของการทดลองฉันสังเกตว่าอาการปวดตามข้อและเสียงกระดูกลั่นเริ่มลดน้อยลง เชื่อไหมแค่เหตุผลนี้เหตุผลเดียวฉันยอมกินคอลลาเจนไปตลอดชีวิตเลย

อาการปวดตามข้อลดน้อยลงเมื่อกินคอลลาเจนทุกวัน
3. ระบบขับถ่ายดีขึ้น

อันที่จริงฉันอาจแค่ไปห้องน้ำถี่กว่าคนปกติทั่วไปก็ได้ (เฮ้ ถ้าคุณกินยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาอาการป่วยเรื้อรังจากโรคไลม์ติดต่อกันนานถึง 2 ปีก็น่าจะไม่ต่างจากฉันนะ) ดังนั้นฉันจึงต้องรักษาลำไส้จากการกินยาปฏิชีวนะเพื่อบรรเทาอาการก่อน ซึ่งคอลลาเจนสามารถซ่อมแซมระบบทางเดินอาหารและลำไส้ได้เป็นอย่างดี เมื่อจบการทดลองฉันพบว่าตัวเองเป็นตะคริวน้อยลงและไม่ต้องถึงขั้นรีบวิ่งเข้าห้องน้ำเพราะอาการลำไส้แปรปรวนอีกแล้ว
4. รู้สึกว่าผิวนุ่มขึ้นแต่ริ้วรอยยังไม่หายไปไหน

ปกติเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวผิวหน้าของฉันจะแห้งกร้านมากและเป็นขุยแม้ว่าจะทามอยส์เจอร์ไรเซอร์แล้วก็ตาม แต่ตอนนี้ผิวของฉันกลับอ่อนนุ่ม น่าเสียดายที่ริ้วรอยรอบดวงตาของฉันยังปรากฏอยู่อย่างชัดเจน อยากลองบ้างไหมล่ะ? ทางที่ดีควรรับประทานคอลลาเจนเสริมทุกวันๆละ 1-2 ช้อนโต๊ะเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นโดยรวม

คอลลาเจน (Collagen) เป็นเส้นใยโปรตีนหลายเส้นที่ทอกันเป็นร่างแหเพื่อพยุงเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Connective tissue proper) เป็นโปรตีนสำคัญที่มีความสำคัญช่วยให้ผิวเรียบเนียนเต่งตึง จึงช่วยชะลอวัย ถ้าขาดคอลลาเจนผิวจะขาดความยืดหยุ่นเกิดริ้วรอยได้ง่าย จึงเป็นโปรตีนตัวเอกที่หนุ่มสาวรักสวยรักงามที่ต้องการชะลอวัยขาดไม่ได้ คอลลาเจนผงยี่ห้อไหนดีที่สุด.

คอลลาเจนผง เรารู้จักคอลลาเจน (Collagen) กันมานับสิบปี เรียกว่าเป็น

คอลลาเจนผง เรารู้จักคอลลาเจน (Collagen) กันมานับสิบปี เรียกว่าเป็นคำฮอตฮิตของคนที่อยากชะลอวัย และอยากมีผิวเรียบเนียนเต่งตึง ปัจจุบันไม่ว่าอาหาร กาแฟ ชา ครีม หรือแม้กระทั่งขนมต่างก็โฆษณาว่ามีส่วนผสมของคอลลาเจนเพื่อเป็นจุดขาย แล้วเจ้าคอลลาเจนมันสำคัญขนาดที่ต้องมาแทรกซึมเป็นส่วนประกอบกับทุกสิ่งในชีวิตเราเลยหรือ จริงๆแล้วคอลลาเจนเป็นเส้นใยโปรตีน ที่ประกอบด้วยเส้นใยของกรดอะมิโน (Amino acid) หลายสาย เส้นใยเหล่านี้จะสานรวมกันเป็นร่างแหเพื่อพยุงกล้ามเนื้อให้แข็งแรง (Connective tissue proper) พบมากที่ผิวหนังชั้นกลางหรือชั้นหนังแท้ (Dermis) จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ผิวไม่หย่อนคล้อย ซึ่งเป็นสาเหตุของความแก่ก่อนวัย ปกติร่างกายเราสามารถสร้างคอลลาเจนขึ้นมาได้เอง แต่จะเริ่มลดลงเมื่ออายุ 20 ปีขึ้นไป ปีละประมาณ 1% และลดลงมากกว่าครึ่งเมื่ออายุ 40 ปี ซึ่งวัยนี้ผิวพรรณจะเริ่มขาดความยืดหยุ่น เพราะคอลลาเจนลดลงทำให้ผิวไม่เต่งตึงและเกิดริ้วรอยได้ง่าย ปัจจุบันจึงมีการสกัดคอลลาเจนออกมาในรูปแบบต่างๆ ทั้งชนิดเม็ดสกัด ชนิดฉีด และชนิดผงสกัดละลายน้ำ บทความนี้จะนำคุณไปรู้จักกับคอลลาเจนชนิดผงสกัดกัน คอลลาเจนผง.
คอลลาเจนผง
คอลลาเจนผง คอลลาเจนผงสกัด
เราพบคอลลาเจนชนิดผงสกัดที่ขายตามท้องตลาด หรือร้านขายยาอยู่หลายชนิด เพราะเป็นชนิดที่รับประทานง่ายที่สุดในปริมาณมิลลิกรัมที่สูง จนอาจทำให้เราสับสนว่าถ้าเราอยากรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมคอลลาเจนให้ผิวเรียบเนียนเต่งตึง เราควรเลือกชนิดไหนจึงจะมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากที่สุด

วิธีการเลือกซื้อคอลลาเจนผงสกัด

1. แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์นั้นต้องเชื่อถือได้ ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา การโฆษณาควรผ่านสื่อที่น่าเชื่อถือตรวจสอบได้ ข้อนี้มีความสำคัญมาก เพราะผลิตภัณฑ์ที่มาในรูปผงสกัดเราไม่มีทางรู้เลยว่าผลิตภัณฑ์นั้นประกอบด้วยสารอะไร และจะมีอันตรายกับเราหรือไม่

2. มีวันที่ผลิต วันหมดอายุ และสถานที่ตั้งชัดเจน เพื่อการตรวจสอบและหาคนรับผิดชอบกรณีเกิดอาการแพ้หรือมีปัญหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ อีกทั้งบรรจุภัณฑ์ต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่แตกร้าว หรือฉีกขาด คอลลาเจนผง

3. จำนวนมิลลิกรัมไม่ควรเกิน 10,000 มิลลิกรัม เพราะจำนวนมิลลิกรัมของคอลลาเจนที่มากกว่านี้ ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายเนื่องจากปริมาณที่เกินความต้องการจะถูกขับออกทางปัสสาวะและเหงื่อ

4. ส่วนประกอบที่ฉลากข้างผลิตภัณฑ์ต้องชัดเจนว่าผสมอะไรบ้าง เช่น วิตามินซี (Vitamin C) วิตามินอี (Vitamin E) โคเอ็นไซม์ คิว เท็น (Co-Enzyme Q 10)ที่ต้องระบุชัดเจนเพราะในบางคนอาจมีอาการแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ แม้แต่ผงคอลลาเจนเองก็ต้องบอกชัดเจนว่าสกัดมาจากปลาทะเล ถั่วเหลือง หรือสารสกัดอะไรเพื่อป้องกันการแพ้ในผู้บริโภค

5. อ่านส่วนประกอบว่ามีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบเท่าไหร่ เพราะคอลลาเจนชนิดผงมักมาในรูปรสต่างๆ เช่น รสส้ม รสสตรอเบอร์รี่ รสองุ่น คอลลาเจนผง และสิ่งที่ปนมาในรูปรสเหล่านี้ คือ น้ำตาลที่ไม่เป็นผลดีกับผู้ที่เป็นเบาหวาน หรือผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก จะให้ดีควรเลือกชนิดที่ไม่ผสมน้ำตาล

6. ต้องไม่มีสารประกอบที่ก่อโทษ เช่น สารกันบูด สารสเตอรอยด์ ข้อนี้อาจสังเกตยาก แต่หากเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. จะเป็นการตรวจสอบในชั้นต้นอีกทาง

7. ผลิตภัณฑ์นั้นต้องไม่โฆษณาเกินจริง ในปัจจุบันข้อห้ามข้อหนึ่งที่เกี่ยวกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คือ ห้ามโฆษณาเกินความจริง หรือชี้นำให้เข้าใจผิดว่าผลิตภัณฑ์นั้นดีเกินจริง มีการโฆษณาสรรพคุณของคอลลาเจนในเรื่องช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส หากผลิตภัณฑ์ไม่มีส่วนประกอบของวิตามินซี หรือกลูต้าไธโอน ให้สันนิษฐานว่ามีการโฆษณาเกินจริง หรืออาจใส่สารผสมที่เป็นอันตราย เช่น สเตอรอยด์ เพราะคอลลาเจนช่วยในเรื่องผิวเรียบเนียน เต่งตึง ลดรอยดำ แต่ไม่ช่วยในเรื่องผิวขาวมากนัก

ปริมาณคอลลาเจนที่แนะนำให้รับประทานเสริมในแต่ละวันอยู่ที่ 2,000-5,000 มิลลิกรัม และไม่เกิน 10,000 มิลลิกรัม ควรรับประทานทุกวันและจะเห็นผลในเรื่องผิวกระชับในสัปดาห์ที่ 6 ขึ้นไป คอลลาเจนผง.