ลดรอยดําจากสิว นอกจากขั้นตอนดังกล่าวแล้ว อย่าลืมการดูแลสุขภาพจากภายใน

ลดรอยดําจากสิว นอกจากขั้นตอนดังกล่าวแล้ว อย่าลืมการดูแลสุขภาพจากภายในเพื่อช่วยส่งเสริมการกระตุ้นเซลล์ผิวให้ผลัดผิวเก่า กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้เผยผิวใหม่ สวย สดใส ไร้รอยดำจากภายใน 1. รับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามิน ทั้งเอ ซี อี เพราะวิตามินเหล่านี้จะไปเสริมความแข็งแรงของผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ดูดซับริ้วรอยดำ เช่น อาโวคาโด น้ำมันรำข้าว ไข่ ปลา ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว มะนาว มีคำแนะนำว่าการใช้มะนาวทารอยดำจากสิวร่วมกับการดื่มน้ำมะนาวติดต่อกันจะช่วยลดรอยดำจากสิวได้ดีขึ้น เช่นเดียวกันกับใบบัวบกที่หากเรารับประทานร่วมกับการทาหรือพอกบริเวณรอยดำจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้มากขึ้น หรือการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินสกัดชนิดเม็ดหรือแคปซูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผิว นอกจากนี้ยังมีอาหารกลุ่มกลูต้าไธโอนช่วยลดรอยดำจากสิว เช่น กระเจี๊ยบขาว ธัญพืช หน่อไม้ฝรั่ง บล็อกโคลี่ อาโวคาโด สตรอเบอรี่ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่มกลูต้าไธโอน ลดรอยดําจากสิว.
ลดรอยดําจากสิว
ลดรอยดําจากสิว 2. การดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบที่มากที่สุดในร่างกายมีหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนเข้าไปให้เซลล์และนำของเสียออกจากเซลล์ ถ้าเราดื่มน้ำน้อยการลำเลียงของเสียไม่ดีหรือทำได้น้อย ของเสียจะปรากฏที่ผิวทำให้ผิวหมองคล้ำ รอยดำจากสิวจะไม่จางไป อีกทั้งน้ำสะอาดเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของตับซึ่งเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ขจัดของเสียอีกด้วย

3. การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ นอนในห้องที่มืด คำแนะนำนี้เหมือนเป็นข้อปฏิบัติทั่วไป แต่จริงๆ มีความสำคัญถ้าเรารู้กลไกการทำงานของร่างกาย ยังจำสารที่ชื่อกลูต้าไธโอนกันได้หรือไม่คะ สารตัวนี้มีมากที่เซลล์ตับ ถ้าเรานอนดึกหรือนอนไม่พอตับจะมีของเสียตกค้างที่เรียกว่าไขมันในตับขัดขวางการทำงานของกลูต้าไธโอน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสารเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว เพียงเรานอนพักผ่อนให้เพียงพอก็เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ตับสามารถสังเคราะห์กลูต้าไธโอนเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว ลดรอยดําจากสิว

แล้วการนอนในห้องที่มืดสำคัญอย่างไร การนอนในห้องที่มืดสำคัญกับร่างกายตรงที่ความมืดจะกระตุ้นให้สมองในส่วนไฮโพทาลามัส (Hypothalamus) ออกคำสั่งให้ต่อมไพเนียนหลั่งเมลาโทนิน (Melatonin) ที่เป็นตัวตั้งต้นของกระบวนการนำไปสู่การสังเคราะห์กลูต้าไธโอนที่ตับนั่นเอง

4. การออกกำลังกาย เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เป็นการเร่งการแลกเปลี่ยนออกซิเจนและของเสียของร่างกาย อีกทั้งยังเป็นการเปิดรูขุมขนช่วยให้ของเสียถูกขับออกทางเหงื่อได้อีกทาง

5. ดูแลเรื่องการขับถ่าย ป้องกันไม่ให้ท้องผูก การขับถ่ายที่ดีตามนาฬิกาชีวิต คือ 05.00 – 07.00 น. เพราะเป็นช่วงที่ลำไส้ใหญ่ทำงาน ลดรอยดําจากสิว ถ้าเราไม่ขับถ่ายของเสียจะถูกดูดซึมกลับอีกครั้งทำให้เกิดของเสียตกค้างในเซลล์ต่างๆทั่วร่างกาย และเป็นพิษต่อตับในที่สุด ซึ่งผลที่ตามมา คือ ทำให้ผิวหมองคล้ำ รอยดำจากสิวเข้มขึ้น

แม้ว่ารอยดำจากสิวจะเป็นปัญหากวนใจหรืออาจเป็นปัญหาใหญ่ในบางราย แต่การดูแลและการรักษาควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป การเลือกวิธีการรักษาควรให้เหมาะสมกับตัวเอง ไม่เกิดอันตราย เช่น การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ควรดูว่ามีฉลากผ่าน อย.หรือไม่ การรักษาโดยผ่านสถาบันความงามควรอยู่ในการดูแลรักษาโดยแพทย์เพื่อให้เราปลอดภัย และไม่ก่อปัญหาผิวหน้าให้มากขึ้นไปอีก และสุดท้ายการทำจิตใจให้แจ่มใสไม่หมกมุ่นกับริ้วรอยดำจากสิวจะช่วยให้เรามีความสุข มั่นใจกับภาพลักษณ์ และไม่ทำให้เราเครียดจนก่อสิวใหม่ที่จะเป็นสาเหตุของรอยดำหลังเกิดสิวขึ้นมาอีก

ปัญหาบนใบหน้าที่หนุ่มสาวทุกคนต้องพบเจอเป็นสิ่งแรก คือ “สิว” นั่นเอง ขึ้นมาซะตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ไม่รู้จะอะไรกับหน้าเรานักหนา ไล่ยังไงก็ไม่ยอมจากไปสักที …แถมตอนไปก็ชอบทิ้งร่องรอยการอาศัยบนใบหน้าเราไว้ด้วย ซึ่งนั่นก็คือ “จุดด่างดำ” หรือรอยดำรอยแดงจากสิวนั่นเองไม่ว่าจะบีบหรือไม่บีบ ยังไงมันก็ทิ้งรอยใช่ไหมล่ะ!พอทิ้งรอยนี่กว่าจะหายก็นานมว๊ากกกก บางครั้งถึงขั้นเป็นหลุมสิว ต้องคอยโบกรองพื้นกลบด้วยคอนซีลเลอร์กันให้วุ่นวาย กว่ารอยจะจางไปแต่ละทีพอกันทีค่ะ! ต่อจากนี้ไม่ต้องไปกังวลกับรอยสิวแล้ว มากำจัดมันออกไปให้ราบคราบด้วย 4 วิธีง่ายๆ รับรองว่าทำตามได้ทุกคนแน่นอนนนน 😀

อยู่เฉยๆค่ะ อย่าไปยุ่งกับมันปล่อยตัวปล่อยใจให้สบาย สิวบางอย่างที่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ โดยเฉพาะสิวที่ไม่ได้บีบแต่หายเเล้วเกิดรอยเอง สิวชนิดนั้นแหละ ปล่อยเซอร์ไปได้เลยไม่ต้องไปยุ่งกับมัน ทำใจสบายๆ แป๊บเดียวก็หาย ประมาณ 1-2 อาทิตย์ก็จางลงแล้ว เพราะว่าเซลล์ผิวหนังจะทำหน้าที่ผลัดผิวชั้นนอกที่เกิดความเสียหายจากสิวออกเอง แต่ขอย้ำว่า ต้องเป็นวัยรุ่นอยู่นะ ร่างกายถึงจะทำงานได้ดีในการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออก เอาเป็นว่าเด็กๆที่อายุต่ำกว่า 20 ปี จะเหมาะเเละเวิร์คมาก สำหรับวิธีนี้ ใครรู้ว่าอายุเกิน ปล่อยผ่านไปวิธีต่อไปได้เลยค่ะ!

มาส์กหน้า ทาหน้า โบกหน้า ด้วยวิธีทางธรรมชาติวิธีนี้ยุ่งยากนิดหน่อยในการหาวัตถุดิบ แต่รับรองว่าถูกและดีงามสุดๆ ไม่ต้องกลัวผลเสีย ไม่ต้องกลัวแพ้แล้วสิวขึ้น ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ไปหาอุปกรณ์และวัตถุดิบมาเริ่มทำกันคืนนี้ได้เลยเนาะ!วิธีแรก คือ สูตรหอมแดง สมุนไพรที่ขึ้นชื่อมากในเรื่องของการลดรอยดำรองแดงบนใบหน้า ครีมลดรอยสิวบางตัวก็ผสมเจ้านี่เข้าไปด้วยนะจ๊ะ เอาสิว่าเริ่ดแค่ไหน!วิธีการทำก็ง่าย ๆ แค่นำหอมแดงมาฝานออกเป็นแว่น ๆ แล้วนำมาถูเบาๆบริเวณที่เป็นรอยดำ ย้ำว่าเบาๆนะ เดี๋ยวผิวจะไหม้เอาได้ หรือจะนำมาทุบแล้วเอาน้ำมาทาผิวที่เป็นรอยดำก็ได้เหมือนกัน ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วรีบไปล้างออก ทำสักอาทิตย์ละ 2 ครั้ง รับรองว่าจางลงตั้งแต่ครั้งที่ 2 แล้วววว

วิธีที่สอง คือ สูตรมะนาว+น้ำผึ้ง 2 สมุนไพรคู่ดูโอ้ที่สรรพคุณล้นหลามนี้ ก็เอามารักษารอยดำจากสิวได้เช่นกัน! โดยเฉพาะมะนาวที่ช่วยลดรอยดำเพิ่มความขาวให้กับผิวให้เนียนกริบสุดๆ เพียงแค่นำน้ำผึ้งมาผสมกับน้ำมะนาว ทาลงบนใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วเดินสวยไปล้างออก อาทิตย์ละ 2 ครั้ง จะเกร๋ค่ะคุณ!แต่ใครผิวบางๆอย่าทิ้งไว้นานเกินนะ สัก 10 นาทีพอ เดี๋ยวมะนาวจะกัดหน้าเอาได้นะจ๊ะ …

วิธีที่สาม คือ สูตรมะขามเปียก+น้ำผึ้ง+นมสด มะขามเปียกสมุนไพรที่ช่วยทำให้ผิวขาวและช่วยผลัดเซลล์ผิวได้ดีมากก หลายคนคงรู้กันอยู่แล้วเนอะ แต่มะขามเปียกมีความเป็นกรดสูง ถ้าจะเอามาใช้กับใบหน้า โดยเฉพาะคนที่หน้าแห้ง จะเอามาทาเพียวๆไม่ได้ ต้องผสมอย่างอื่นเข้าไปหน่อย ถึงจะเวิร์ค!โดยให้คั้นเอาน้ำมะขามมาผสมกับน้ำผึ้งและนมสดเล็กน้อย ผสมจนเข้ากันดีแล้วก็ให้นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีแล้วไปล้างออก อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง รับรองว่าจางเร็วมากแต่บอกหน่อยนะว่าถ้าเกิดมาส์กไว้แล้วคัน ไม่ต้องฝืนนะคะ เดินไปล้างหน้าได้เลย เดี๋ยวกรดของมะขามกัดหน้าแล้วหน้าอาจบางได้ ไม่ต้องฝืนค่ะ มาส์กแปบเดียวก็ขาวล้าววว

ไม่อยากยุ่งมาก ก็ทาครีมลดรอยดำสิคะ จะรออะไร!วิธีนี้ ง่ายๆเลย เดินไปร้านขายยา ซื้อยามาทา ไม่ต้องยุ่งยากเสียเวลามากมาย แต่ก็เสียเงินเยอะอยู่นะ 5555 ลดรอยดําจากสิว.

ครีมแต้มสิว แนวทางปฏิบัติเมื่อเป็นสิวอุดตัน 1. การล้างหน้า – 2 ครั้ง / วัน

ครีมแต้มสิว แนวทางปฏิบัติเมื่อเป็นสิวอุดตัน 1. การล้างหน้า – 2 ครั้ง / วัน นอกจากจำนวนครั้งในการล้างหน้าแต่ละวันแล้ว จุดประสงค์ของการล้างหน้าและการเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวก็มีความสำคัญเช่นกัน การล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว วันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น ก็เพียงพอเพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนผิวหน้า เนื่องจากสิวไม่ได้เกิดจากสิ่งสกปรกจากภายนอกเข้าไปอุดตันรูขุมขน ดังนั้นการล้างหน้าไม่สามารถป้องกันหรือรักษาสิวได้ มีแต่จะสร้างปัญหาให้มากขึ้น เพราะยิ่งฟอกก็ยิ่งแสบ คัน ก่อระคายเคือง นอกจากนี้ยังอาจก่อให้เกิดสิวเทียม  (เกิดจากการหนาตัวบริเวณปากรูขุมขน  เป็นตุ่มนูนคล้ายสิว เนื่องจากผิวระคายเคือง แก้ไขด้วยการหยุดล้างหน้า เหลือวันละครั้งเดียว ซับหน้าด้วยกระดาษซับหน้ามัน สิวเทียมจะยุบได้เอง การล้างหน้ามีจุดประสงค์หลัก เพื่อล้างสิ่งสกปรกออก ซึ่งสิ่งสกปรกก็มีตั้งแต่เหงื่อ ไขมันที่หลั่งออกมาจากต่อมไขมัน เชื้อโรคบนผิวทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อยีสต์ต่างๆ รวมทั้งสิ่งสกปรกจากภายนอก ซึ่งมีอยู่มากมายและเพิ่มขึ้นทุกๆ วัน โดยเฉพาะมลภาวะ ฝุ่นละออง เขม่ารถยนต์ ควันเสีย ละอองน้ำมัน รวมทั้งสารเคมีต่างๆ ครีมแต้มสิว.
ครีมแต้มสิว
ครีมแต้มสิว ประเด็นสำคัญคือ ผิวคนเราโดยเฉพาะผิวหน้า นอกจากจะมีต่อมไขมันอยู่มากมายแล้วยังมีขนาดค่อนข้างใหญ่ด้วย จึงขับไขมันออกมาเคลือบหล่อเลี้ยงผิว และไขมันที่ขับออกมาเคลือบผิวเหล่านี้เป็นเสมือนกาวที่คอยดักจับสิ่งสกปรกไว้ได้เป็นอย่างดี  ดังนั้นถ้าเราจะล้างสิ่งสกปรกซึ่งมีความมัน ถ้าใช้น้ำเปล่าล้างหน้า น้ำก็จะไม่สามารถล้างออกได้ จึงจำเป็น ต้องใช้ตัวช่วยเพื่อให้ล้างคราบมันออกได้ดี คือ เจลล้างหน้า หรือคลีนเซอร์ (Cleanser)

ผิวของคนเราโดยทั่วไป ตามปกติจะมีสภาพเป็นกรดอ่อน คือ pH ประมาณ 5 ถ้าเราใช้สบู่ทำความสะอาดผิว เมื่อล้างเสร็จผิวก็จะมีสภาพเป็นด่าง แต่ธรรมชาติของผิวจะต้องปรับมาอยู่ที pH5 ดังนั้นหลังทำความสะอาดประมาณครึ่งหรือหนึ่งชั่วโมง ผิวก็จะกลับมาเป็นกรดอ่อนเหมือนเดิม ซึ่งหากใช้สบู่บ่อยๆ ผิวเราจะต้องคอยปรับ pH ของเราอยู่ตลอดเวลา นานๆ เข้าผิวก็เหนื่อย ความสามารถในการกลับสู่สภาพการเป็นกรดเหมือนเดิมก็จะลดน้อยลง ผิวก็จะทนต่อสบู่ได้น้อยลงตามไปด้วย และในที่สุดผิวก็อ่อนแอ คุณสมบัติต่างๆ ของผิวหนังในอันที่จะปกป้องผิวก็จะลดลง เกิดการแพ้และระคายเคืองได้ง่าย ครีมแต้มสิว

ดังนั้นตัวผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่มีค่า pH ใกล้เคียงผิวหนังปกติ จะมีคุณสมบัติของการลดแรงตึงผิวน้อย มีความสามารถในการกำจัดสิ่งสกปรกต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ไขมัน มลภาวะต่างๆ บนผิว แต่จะต้องทำลายผิวน้อยที่สุด)

ไรฟา15 เป็นเจลล้างหน้าที่ผลิตขึ้นเพื่อหวังผลการชำระล้าง ที่ไม่ก่อระคายเคือง ไม่กระตุ้นให้เกิดการอุดตันใหม่  มีสภาพเป็นกลาง นอกจากมีมอยเจอร์ไรเซอร์เติมความชุ่มชื้นแก่ผิวแล้ว ยังเพิ่มสารบำรุงที่มีประโยชน์ต่อผิว สิ่งจำเป็นสำหรับผิวเข้าไว้ด้วย จึงเหมาะกับผิวหน้าทุกสภาพปัญหา ไม่ว่า สิว ฝ้า ถนอมผิว ผิวแห้ง ผิวปกติ หรือผิวมัน (หลอดสีเขียวเหมาะกับผิวปกติถึงผิวมันในวัยรุ่น หลอดสีชมพูเหมาะกับผิวปกติ, ผิวแห้งหรือผิวผสม, ผิวที่มันมากจึงจะแนะนำให้ใช้ ไรฟา15 โฟม อย่าใช้สบู่ยา หรือโฟมที่มีฟองมากเกินไป เพราะจะฆ่าเชื้อจุลินทรีย์พื้นฐานปกติ  ทำให้เชื้ออักเสบดื้อยาเจริญแพร่หลายได้

การล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าจะดี และเหมาะมากกับคนที่มีผิวแห้ง ไม่แต่งหน้า ไม่ได้มีการทาครีมรองพื้น หรือแป้งผสมรองพื้น

2. อย่าขัดถู / เช็ดหน้าแรง   =  ซับหน้า

การขัดถูหรือการเช็ดหน้าแรงๆ เป็นการกระตุ้นให้เกิดการอุดตัน และรบกวนผิวหน้า สำหรับผู้ที่มีสิวอักเสบอาจทำให้หัวสิวแตก อักเสบลุกลาม เกิดรอยแผลเป็นตามมา ดังนั้นควรเปลี่ยนจากการเช็ดหน้า เป็นการซับหน้า หลังล้างหน้า โดยใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ ซับผิวหน้าเบาๆ หลังการล้างหน้าทุกครั้งถึงแม้ว่าสิวจะหายแล้วก็ตาม  (เป็นสุขบัญญัติที่สมควรฝึกให้เป็นนิสัยติดตัวตลอดไป)

3. เลี่ยงแดด (สิวเห่อ)

สิวที่อักเสบหากถูกแดดจัด ร้อนจัดจะอักเสบ เห่อแดง บวม เพิ่มขึ้น แสงแดดกระตุ้นให้เกิดการอุดตัน ความชื้น เหงื่อออกมากเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิวเมืองร้อน  มักเกิดในคนที่เป็นสิวง่าย การถูกแดดช่วงทาครีมแก้สิว เช่น Vitamin A acid (VA), Benzoyl Peroxide (BP)  ยังอาจก่อปฏิกิริยาแพ้ได้ง่ายอีกด้วย

4. เลี่ยงหน้ามัน (สิวเกิดง่าย)

ผู้ที่ผิวหน้ามันจะมีต่อมไขมันจำนวนมาก  มีการผลิตไขมันมากกว่าปกติ การอุดตันจึงเกิดขึ้นได้ง่าย ผู้ที่ผิวหน้ามันจะมีเชื้อ แบคทีเรีย ชนิด P.acne อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากกว่าคนผิวหน้าแห้ง เชื้อเหล่านี้จะสร้างกรดออกมาทำให้เกิดการระคายเคือง กระตุ้นให้มีการอุดตันของต่อมไขมัน

หากมีผิวหน้ามัน ควรป้องกันการอุดตันซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวอุดตันอันเป็นที่มาของสิวอักเสบ  ด้วยสารลดการทำงานของต่อมไขมัน (Nerrish AL / MMC Oil Control Gel) มีสารลดการทำงานของต่อมไขมัน ป้องกันการเกิดอุดตันใหม่ แต่ไม่สามารถขจัดอุดตันที่เกิดขึ้นแล้ว เพียงแต่ลดการสร้างไขมัน ลดความรุนแรงของอุดตัน ลดความมันของผิว อย่างไรก็ดี ไม่ควรใช้ N.AL / MMC Oil Control Gel ควบคู่กับ Vitamin A Acid)

5. ทำให้สิวอุดตันหลวมก่อนกดสิว

ด้วยการทา Vitamin A Acid (VA) บางๆ ทั่วหน้าก่อนนอน ยกเว้นจุดอักเสบเป็นหนอง เน้นที่จุดดำตุ่มขาวที่อุดตัน  หากเป็นช่วงแรกๆ ที่เป็นสิวและยังมีคอมิโดนอุดตันอยู่มาก  จะนำมาทาก่อนล้างหน้าก็ได้  แต่หากจะทาทิ้งไว้ก็ต้องมั่นใจว่าเลี่ยงแดดได้  คือ  อยู่เฉพาะในร่ม

หลังจากใช้ VA แล้ว จะช่วยละลายการอุดตัน ทำให้หัวสิวหลวมตัว กดออกง่ายขึ้น อย่างไรก็ดี ยา VA อาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น ผิวแสบ แดง ลอกเป็นขุย

การใช้ครีมทาสิวที่มีส่วนผสมของ Tea Tree Oil (Accin A) หรือ สารสกัดจากเปลือกมังคุด (Accin C) ที่มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบของสิว สลายอุดตัน และลดการเกิดรอยแผลเป็นจากสิว จึงอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่อาจเห็นผลช้าและน้อยกว่าการใช้ยา

6. กดสิว

หลังจากทายาเพื่อสลาย comedone แล้ว ก็มาถึงขั้นตอน ขจัดอุดตัน  ก็คือ กดสิว

การกดสิวเป็นบริการฟรีของศูนย์บริการผลิตภัณฑ์หมอมวลชน คือ ประกอบการใช้ผลิตภัณฑ์ โดยควรกดหลังใช้ผลิตภัณฑ์แล้ว 7 วัน ให้อุดตันหลวม  หลุดออกมาง่าย

สำหรับผู้ที่ต้องการกดสิวเอง สามารถทำได้โดยใช้ที่กดสิวของหมอมวลชน ก่อนใช้ควรทำความสะอาดผิวหน้า รวมทั้งฆ่าเชื้อที่กดสิวด้วยการต้มในน้ำเดือด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

วิธีกดสิว คือ สังเกตแนวเส้นขน ชี้ไปทางไหน รูท่อก็ขนานเส้นขนข้างในเปิดออกทางนั้น ในเมื่อเราต้องการ ให้กะเปาะของเหลวที่อุดอู้อยู่ภายใน ผ่านพ้นรูปิดกั้นออกมา  ก็ใช้กลไกช่วยดันให้มันไหลขึ้นมาตามแนวทางที่ควรจะเป็น ลองคิดว่าหากกดไปทางอื่นหรือกดตรงกระเปาะลงไป กะเปาะก็แตก นั่นคืออันตราย  เพราะเมื่อแตกกระจาย ไขมันก็ไหลออกมาสู่เนื้อเยื่อรอบๆ ก่อความระคายเคืองอักเสบลุกลาม  ดังนั้นหากกดผิดท่าจึงเป็นอันตราย

จับที่กดสิวไว้ระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ขณะออกแรงกด ใช้แรงพอสมควร … หากไม่ออกก็เก็บไว้ก่อน อย่าบีบเค้น สะกิดเจาะเป็นอันขาด ครีมแต้มสิว ให้ทายาสลายคอมิโดนต่อไป

7. ป้องกันการอุดตัน  –  VA

–  การอุดตันเป็นที่มาของสิวอักเสบ เมื่ออุดตันหมด แล้ว ควรใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันการอุดตัน คือ VA มีคุณสมบัติ ช่วยขยายท่อทางออกของสิว VA จะละลายไขมันที่อุดตันรูขุมขน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ท่อต่อมไขมันขยาย ทำให้หัวสิว (comedone) หลวมหลุดออกง่ายขึ้น VA จะเหมาะกับผู้มีผิวหน้ามันมากและมักไม่พบอาการระคายเคืองข้างเคียง หากผิวปกติออกขุยง่ายควรใช้ N.CPC ซึ่งมี Retinol ก่อระคายเคืองน้อยกว่า VA

–  ผิวหน้ามันควรป้องกันการอุดตันด้วยสารลดการทำงานของต่อมไขมัน (Nerrish AL / MMC Oil Control Gel)

ผลพลอยได้อีกประการหนึ่งของ VA คือทำให้ผิวบางระเรื่อ  เพราะเร่งผลัดผิวชั้นขี้ไคลออกไป ทำให้เซลล์ไฟโบรบาสต์ (Fibroblast) ของผิวหนังแข็งแรง  เร่งทำงานแข็งขัน โดยเซลล์ Fibroblast  นี้ เป็นเซลล์แม่ของผิวหนังในการสร้าง Collagen elastin และกรด Hyaluronic ให้ผิวอ่อนนุ่มแข็งแรง การใช้ VA ในระยะยาวจึงทำให้ผิวแข็งแรง  ยืดหยุ่นดี  ไม่มีไฝฝ้าเกิดขึ้น  โดยต้องทากันแดดควบคู่  ตอนกลางวันทุกวัน

8. ป้องกันสิวถาวร

งดดื่มนมที่มีฮอร์โมนเร่งโต มีปฏิชีวนะปนเปื้อน งดน้ำอัดลม ของหวานมากไป น้ำตาลจะไปลดประสิทธิภาพภูมิคุ้มกัน งดของทอด ของมัน เพราะเสริมการเกิดสิวอุดตัน ทานน้ำมันปลาเพื่อสร้างเซลล์ท่อไขมันที่ไม่อุดตัน Zn + Bettacan เพิ่มภูมิต้านทานเชื้อโรค BTS ขจัดพิษจากอาหารประจำวัน หากฮอร์โมน เมนส์ไม่ปกติ สิวเห่อควรเพิ่มสารสกัดจากถั่วเหลืองซึ่งมีไอโซฟลาโวน ไฟโตเอสโตรเจนจากพืช (FitoS) ครั้งละ 1 เม็ด 3 เวลา เป็นประจำ

สิวจากครีมสเตียรอยด์

มีลักษณะคล้ายสิวอุดตันหัวขาว  เม็ดนูนขนาดเล็ก เป็นไตขาวๆ แข็งๆ อยู่เป็นกลุ่มๆ มักจากแนวแก้มถึงคาง แต่ก็อาจมีลักษณะเป็นสิวอักเสบตุ่มแดง ตุ่มหนองได้ มักมีลักษณะจำเพาะคือ ขึ้นติดกันเป็นกลุ่มๆ ทุกเม็ดจะมีลักษณะเดียวกัน

เกิดจากการใช้ครีมสเตียรอยด์หรือเครื่องสำอางที่แอบผสมสเตียรอยด์ เป็นเวลานาน ซึ่งปัจจุบันมีขายทั่วไปโดยโฆษณาว่าเป็นครีมหน้าขาว ครีมหน้าใส ส่วนใหญ่จะทำให้หน้าขาวขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อหยุดใช้ครีม จะเกิดสิวสเตียรอยด์ขึ้น

วิธีแก้ไข คือ ต้องหยุดใช้ครีมที่ผสมสเตียรอยด์ ทา VA อย่างสม่ำเสมอ

สิวผด หรือสิวเทียม (Acne Aestivale) คือตุ่มเม็ดเล็ก ๆ ขึ้นบนบริเวณผิวหน้า หน้าผาก ขมับ แผ่นหลัง เกิดจากเนื้องอกของต่อมเหงื่อ (Syringoma) ผู้ที่มีผิวหนังไวต่อแสงแดด หรือแพ้สารเคมีง่าย มักจะเกิดสิวผดขึ้นตามใบหน้าและผิวหนังอยู่เสมอ มักลุกลามขยายวงกว้างไปขึ้นยังบริเวณอื่นได้ด้วย หากรักษาไม่ถูกวิธี แต่สิวประเภทนี้ไม่มีการอักเสบจึงไม่ค่อยอันตรายมากนัก

สิวผด

นอกจากนี้ยังมีสิวผดอีกประเภทที่เป็นเม็ดใส ๆ เมื่อมีการถูกแสงแดดเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการอักเสบและเม็ดสิวแดงขึ้นมา ซึ่งเรียกว่าผดแท้ สิวผดประเภทนี้มักอักเสบและมีหนอง เมื่อเป็นต้องรีบทำการรักษาไม่ให้เกิดการติดเชื้อและอักเสบรุนแรงมากยิ่งขึ้น ครีมแต้มสิว.

สิว ที่ คาง สาเหตุของการเกิดสิวมีหลายสาเหตุมากๆ

สิว ที่ คาง สาเหตุของการเกิดสิวมีหลายสาเหตุมากๆ เลยค่ะสาวๆ บ้างก็ควบคุมได้ บ้างก็ควบคุมไม่ได้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วก็มีที่มาที่ไปทั้งนั้น เราจะรักษาสิวให้หายขาดได้ก็ต้องรู้สาเหตุที่ถูกต้องเสียก่อน จะได้ป้องกันได้ตรงจุด และวันนี้สดสวยจะมาพูดถึงเรื่องสิวที่คางหรือรอบริมฝีปากกันค่ะ สิวที่เกิดขึ้นบริเวณนี้ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนค่ะ สิวฮอร์โมนเกิดจากอาการ Poly Crystic Ovary Syndrom หรือเป็นอาการที่ฮอร์โมนไม่สมดุลค่ะ อาการที่แสดงให้เห็นก็คือมีขนดกตามใบหน้าหรือลำตัวแบบผิดปกติ หรือประจำเดือนมาไม่ปกติ และที่เกิดขึ้นบ่อยมากก็คือ เป็นสิวอักเสบบริเวณริมฝีปากนั่นเอง! สิว ที่ คาง.
สิว ที่ คาง
สิว ที่ คาง แบบนี้จะทำอย่างไรไม่ให้เป็น?

เรื่องฮอร์โมนเป็นเรื่องที่คอนโทรลยากเหมือนกันนะ แต่ถ้าเราหันมาทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดความมัน ก็จะช่วยได้บ้าง โดยเฉพาะเครื่องดื่มชาเขียวร้อน ช่วยปรับฮอร์โมนได้ด้วยค่ะ

อีกอย่างคืออาหารที่มีโปรไบโอติก ซึ่งปัจจุบันก็มีอาหารเสริมช่วยเรื่องนี้เหมือนกันอย่าง Combif AR จะช่วยได้ดีเลยค่ะ และที่สำคัญคือการรักษาความสะอาดบนใบหน้าและมือ ล้างมือก่อนจับใบหน้า และเมื่อใบหน้าสะอาดก็ช่วยให้สิวที่เกิดจากฮอร์โมนหายเร็วและไม่อักเสบนะคะ สิว ที่ คาง

หากต้องการลดรอยแดง ลดจำนวนสิวที่คาง เธอต้องใช้เซรั่มรักษาสิวที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ( alcohol-free ) ซึ่งมีส่วนผสมของ salicylic acid เป็น BHA ชนิดหนึ่่งที่ช่วยลดเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุการเกิดสิวได้ แต่ละสภาพผิวก็ตอบสนองเซรั่มแตกต่างกันออกไป แต่วิธีนี้จะไม่ทำให้ผิวแห้ง ตกสะเก็ดหรือลอกเป็นขุยๆ แน่นอน

ที่แนะนำให้ใช้ ” เซรั่ม ” ไม่ใช่ครีมหรือเจล เพราะผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ใช้ได้ผลดีที่สุด ถูกกำหนดมาแล้วให้ใช้กับมอยส์เจอไรเซอร์ก่อนนอน เพราะต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะซึมซับอย่างล้ำลึกใต้รูขุมขน ใช้โฟมหรือมาส์กจะไม่ได้ผลเท่า เพราะไม่ได้ทาทิ้งไว้ทั้งคืนค่ะ

6. แต้มยาที่จุดสิวเพื่อให้หายเร็ว ( อย่าบีบ แคะ แกะ เกา )

สิวมีสองชนิดคือ ” สิวมีหัว ” และ ” สิวไม่มีหัว ( สิวหัวช้าง ) ” ซึ่งมีวิธีรักษาแตกต่างกัน ถ้าอยากรักษาสิว / รอยแดงจากสิวให้หายไวๆ ต้องทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

สิวมีหัว : ใช้เจลแต้มสิวแก้อักเสบทาทิ้งไว้ 1-2 วันเพื่อให้มีสิวหัวขาวๆ โผล่ออกมา เมื่อเห็นแล้วก็ค่อยๆ บีบหนองออกเบาๆ แล้วทาเจลอีกครั้งเพื่อให้สิวแห้ง ( spot gel ) ถ้าเธอทาเจลให้สิวแห้งก่อนบีบหนองออก ผิวหนังส่วนนั้นจะแห้งก็จริง แต่เชื้อสิวยังอยู่และอาจปะทุขึ้นมาได้อีกค่ะ

สิวหัวช้าง ( ไม่มีหัว ) : มักเกิดที่คางและสันกราม สิวชนิดนี้จะฝังอยู่ใต้ผิวหนัง บีบยังไงก็ไม่ออก มีแต่จะทำให้ช้ำและสีผิวไม่สม่ำเสมอมากขึ้น ดังนั้นห้ามบีบ แคะ แกะ เกาเป็นอันขาด! ให้เลือกทาเจลแต้มสิวสำหรับสิวหัวช้าง เพื่อให้สิวยุบตัวลง อาจเกิดรอยจากการอักเสบบ้าง แต่จะค่อยๆ จางลงเอง แต่ต้องใช้เวลาค่ะ T T

7. ทำความสะอาด ” รูขุมขน ” ให้ถูกวิธี

การรักษาสิวที่ไม่ถูกวิธี อาจทำให้เกิดเม็ดสิวใหม่ๆ ขึ้นมาได้อีก สังเกตได้ว่า หากบีบสิวด้วยนิ้วมือที่ไม่สะอาด จะเกิดสิวเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นมาอีกแบบห้ามไม่ได้ ไม่นับรอยแดง รอยช้ำอีก! เรียกอีกชื่อว่า ” สิวหัวดำ ” หรือสิวเสี้ยนนั่นเอง พร้อมจะกลายเป็นสิวอักเสบได้เสมอถ้าทำความสะอาดไม่ถูกวิธี

วิธีป้องกันคือ เมื่อเกิดสิวเสี้ยนขึ้นแล้วก็รีบขจัดออกซะ! เช่น ใช้มาส์กขจัดสิวเสี้ยน, แผ่นลอกสิวเสี้ยน, สครับขัดสิวเสี้ยน หรืออาจเป็นสูตรง่ายๆ ที่หาได้จากห้องครัวในบ้าน เช่น ดินสอพองผสมน้ำมะนาว เบกกิ้งโซดา เป็นต้น

8. ปรึกษาแพทย์เพื่อปรับฮอร์โมนให้สมดุล

วิธีสุดท้ายนี้ เหมาะสำหรับสาวๆ ที่แน่ใจว่าไม่ได้มีสิวด้วยเหตุผลทางธรรมชาติ เช่น กินยาคุมกำเนิดอยู่, อยู่ในภาวะมีประจำเดือน สิว ที่ คาง ซึ่งทำให้ฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้บ่อยๆ และมีอาการรุนแรงกว่าปกติ ลองพบแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้ คุณหมออาจมีคำแนะนำดีๆ ให้ไปทำตามค่ะ

ถ้าวิธีธรรมชาติไม่หาย…อาจต้องใช้ยาร่วมด้วย ( แต่ควรเป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้นนะ กินยามากๆ โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ ไม่ดีต่อร่างกายในอนาคตแน่นอน ) อาจมีสาเหตุแปลกๆ ที่เราไม่รู้มาก่อน เช่น ต่อมหมวกไตทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดสิวมากขึ้นก็ได้

อ่านจบแล้วล่ะสิ *-* เห็นไหมว่า วิธีเลี่ยงสิวที่คางและสันกรามนั้นง่ายสุดๆ แต่เธออาจไม่รู้มาก่อนเท่านั้นเอง เพราะส่วนใหญ่มักเผลอทำบ่อยในชีวิตประจำวัน เช่น กินผลิตภัณฑ์จากนม, เอามือเท้าคางบ่อยๆ, เอาจอโทรศัพท์แนบแก้มทั้งวัน, ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าไม่ถูกประเภท เป็นต้น แค่ปรับพฤติกรรมในชีวิตตามนี้ สิวก็ไม่มากวนใจแล้ว

หากใครกำลังมีสิวอยู่ ทำใจไว้ก่อนว่า มันอาจไม่หายง่ายๆ โดนทันที แต่ถ้าลดโอกาสการเกิดสิวเพิ่ม / ค่อยๆ รักษา ทายาไปเรื่อยๆ มันจะค่อยๆ ยุบไปเอง แม้จะเกิดรอยแดงก็สามารถหายาทาให้รอยจางลงได้ค่ะ

สู้ๆ นะคะทุกคน เพื่อผิวหน้าเนียนสวยกระจ่างใส ชนะใจหนุ่มๆ ฮิ้ววววว แล้วพบกันใหม่กับวิธีดูแลตัวเองคราวหน้า สวัสดีค่ะ สิว ที่ คาง.

กระชับรูขุมขน สาวๆ หลายคนมีปัญหารูขุมขนกว้าง ปกปิดยากเวลาแต่งหน้า

กระชับรูขุมขน สาวๆ หลายคนมีปัญหารูขุมขนกว้าง ปกปิดยากเวลาแต่งหน้า และคุณอาจทำอะไรพลาดไปก็ได้ระหว่างขั้นตอนเมคอัพ ผลจึงออกมาสวยแบบโชว์รูขุมขน บางคนรู้ตัว แต่บางคนไม่รู้ จึงยังหลงผิดแต่งหน้าแบบเดิมๆ ทุกวัน ถ้าสังเกตุเห็นว่าผิวหน้าของคุณรูขุมขนค่อนข้างกว้าง ซึ่งจะเห็นชัดเวลาแต่งหน้านี่แหละ มาลองเปลี่ยนวิธีสวยกันดีกว่า!!  Step 1 :: ล้างหน้าด้วยน้ำธรรมดา ตามด้วยโทนเนอร์ ไม่ควรใช้น้ำอุ่นล้างหน้าถ้าคุณมีรูขุมขนกว้าง ควรใช้น้ำอุณหภูมิปกติ จากนั้นตามด้วยโทนเนอร์เพื่อป้องกันความมัน  กระชับรูขุมขน.
กระชับรูขุมขน
กระชับรูขุมขน    Step 2 :: นวดผิวหน้าด้วยน้ำแข็ง
หยิบน้ำแข็งมาหนึ่งก้อน ค่อยๆ กดนวดเบาๆ แล้วกลิ้งไปให้ทั่วผิวหน้า เป็นการกระชับรูขุมขน

Step 3 :: ทาเซรั่มบำรุงผิวหน้า
ควรทาเซรั่มบำรุงผิวหน้าก่อนการแต่งหน้าทุกครั้ง

Step 4 :: ใช้ผลิตภัณฑ์ควบคุมความมัน
ควรเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมความมันด้วยผลิตภัณฑ์ที่เชื่อใจได้ เพราะคนรูขุมขนกว้างมักเกิดการอุดตันและเกิดสิวได้ง่าย

Step 5 :: ลงไพรเมอร์
ขั้นตอนสำคัญของสาวๆ ที่มีรูขุมขนกว้างคือต้องลงไพรเมอร์ก่อนรองพื้นทุกครั้ง กระชับรูขุมขน

Step 6 :: ใช้รองพื้นบางๆ สำหรับสาวผิวมัน
การทารองพื้นไม่ควรทาหนาจนเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้เห็นรูขุมขน แนะนำเป็นรองพื้นชนิดน้ำที่บางเบา

Step 7 :: ใช้แป้งฝุ่นสำหรับปกปิดรูขุมขน
เลือกใช้แป้งฝุ่นสำหรับผิวที่มีรูขุมขนกว้าง โดยใช้แปรงปัดลงบนใบหน้าให้ทั่ว ไม่ควรใช้แป้งฝุ่นธรรมดา เพราะจะทำให้เห็นรูขุมขนชัดเจน

Step 8 :: แต่งหน้าในส่วนที่เหลือให้เพอร์เฟกต์!

จบขั้นตอนอย่างมั่นใจ และพร้อมจะสวยแบบมองไม่เห็นรูขุมขน ออกนอกบ้านในแต่ละครั้งต้องสวยสมบูรณ์หัวจรดเท้า แล้วจะมั่นใจในทุกรอยยิ้มแน่นอน

รูขุมขนบนใบหน้ากว้างเป็นหนึ่งในต้นเหตุที่ทำให้เกิดเม็ดสิวขึ้น ซึ่งสาเหตุที่ทำให้รูขุมขนบนใบหน้าของเรากว้างก็มีด้วยกันหลายอย่าง เช่น ความร้อนจากแสงแดด , กรรมพันธุ์ และมลภาวะสิ่งสกปรกต่างๆ เป็นต้นซึ่งถ้าหากเราไม่อยากให้สิวเกิดบนใบหน้าล่ะก็ เรามากระชับรูขุมขนบนใบหน้าของเรากันดีกว่าค่ะ

1.    ทำความสะอาดผิวหน้าทั้งเช้า และเย็น ด้วยน้ำอุ่นในครั้งแรก เพื่อที่จะเป็นการเปิดรูขุมขนบนใบหน้าให้กว้าง แล้วจึงค่อยตามด้วยการล้างหน้าแบบปกติ จากนั้นให้ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นอีกครั้ง แล้วค่อยล้างหน้าด้วยน้ำเย็นปิดท้าย เพื่อที่จะกระชับรูขุมขน ซึ่งวิธีการทำความสะอาดผิวหน้าแบบนี้ จะเป็นการช่วยทำความสะอาดผิวหน้าของเราได้สะอาดหมดจด และหากเราทำเป็นประจำบ่อยๆ รูขุมขนบนใบหน้าก็จะกระชับขึ้นเรื่อยๆ

2.    กระชับรูขุมขนด้วยน้ำมะนาว ให้เราบีบมะนาวครึ่งลูก แล้วนำสำลีมาชุบลงในน้ำมะนาว ทาให้ทั่วบริเวณใบหน้าทิ้งเอาไว้ประมาณสองถึงสามนาทีแล้วค่อยล้างหน้าให้สะอาด จะเป็นการช่วยให้รูขุมขนบนใบหน้าเกิดการหดตัวมีขนาดเล็กลง และยังเป็นการช่วยกระชับผิวหน้าของเราให้เต่งตึงอีกด้วย แต่วิธีนี้เราควนทำแค่ประมาณหนึ่งหรือสองครั้งต่ออาทิตย์เท่านั้น

3.    ลดความมันบนผิวหน้าด้วยมาร์คหน้าเทพจากธรรมชาติ โดยให้เรานำแตงกวาปลอกเปลือกมาสับจนละเอียด แล้วมาผสมกับน้ำผึ้งปริมาณเล็กน้อย คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน แล้วจึงค่อยนำมามาส์กหน้านานประมาณสามสิบนาที แล้วค่อยล้างหน้าให้สะอาด จะเป็นการช่วยลดความมันของผิวหน้า และช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลง นอกจากนี้ยังช่วยให้ใบหน้าของเราขาวกระจ่างใสชึ้นอีกด้วย

เมื่อรูขุมขนของเรากระชับเล็กลงแล้ว ก็จะเป็นการช่วยลดการเกิดสิวใหม่ได้ ต่อไปนี้เราก็จะได้ไม่ต้องกลุ้มใจกับปัญหาสิวอีกแล้วค่ะ

5 วิธีกระชับรูขุมขน…แบบได้ผลสุดๆ

เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน เป็นเรื่องธรรมดาของสาวไทยที่จะมีรูขุมขนกว้างที่บริเวณโซนรอบๆ จมูก และหน้าผาก ทำให้เกิดความมันที่บริเวณทีโซน สร้างความยากให้กับการแต่งหน้าสวยๆ เสียเหลือเกิน อีกทั้งยังเกิดการอุดตันเป็นสาเหตุในการเกิดสิวอีกด้วย วันนี้จึงนำ 5 วิธีสุดเด็ด ที่จะช่วยให้คุณบอกลารูขุมขนกว้างบนใบหน้าไปได้เสียที หมั่นทำเป็นประจำรับรองช่วยได้และเห็นผลจริงๆค่ะ
1.ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้องทุกวัน

แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยจนเกินไป กางล้างหน้าที่เหมาะสมควรทำเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ตอนเช้าตื่นนอน และตอนกลางคืนในช่วงเวลาชำระล้างร่างกาย การล้างหน้านั้นจะช่วยล้างคราบสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนออกไป ซึ่งเป็นการช่วยกระชับรูขุมขนของคุณให้เล็กลงได้

2.ประคบก้อนน้ำแข็งบนใบหน้า

โดยการนำก้อนน้ำแข็งถูเบาๆ ไปตามบริเวณที่รูขุมขนกว้าง ประมาณ 15-30 วินาที จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับแล้วเล็กลง กระชับรูขุมขน อีกทั้งยังเรียกความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้อีกด้วย ทำประจำทุกเช้าได้ยิ่งดีค่ะ

3.เบคกิ้งโซดา

เมคอัพอาร์สติส มืออาชีพเคยบอกไว้ว่า เบคกิ้งโซดาช่วยในการกระชับรูขุมขนบนใบหน้าได้ พร้อมยังต่อต้านการเกิดสิวสำหรับสูตรการใช้เบคกิ้งโซดานั้นไม่ยาก คือ ผสมเบคกิ้งโซดาประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่นประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ทาลงบนผิวที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง แล้วนวดให้เป็นวลกลมอย่างเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วล่างออกด้วยน้ำเย็น ทำเป็นประจำทุกคืน ประมาณ 5-7 วัน ต่อสัปดาห์หลังจากนั้น จึงค่อยๆ ลดปริมาณลงให้เหลือเพียง 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์…แต่แอบเตือนนะคะ สำหรับคนที่มีผิวที่บอบบาง ควรใช้เบคกิ้งโซดาอย่างระมัดระวัง เพราะอาจทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวได้

4.ผ้าขนหนูแช่น้ำผลไม้รสเปรี้ยว

นำผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ที่ใช้เช็ดหน้า แช่ในน้ำมะนาว และน้ำสับปะรด หรือนำน้ำผลไม้ทั้งสองชนิดบีบลงผ้าที่เตรียมไว้ ให้พอชื้นๆ ได้เช่นกัน จากนั้นให้นำผ้าขนหนู วางทาบลงไปบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ซึ่งมีน้ำมะนาวและน้ำสับปะรด เขามีเอนไซม์ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการช่วยกระชับให้ผิวเต่งตึง และช่วยทำให้รูขุมขนหดตัวเล็กลง

5.มาส์กหน้าด้วยโยเกิร์ต

โยเกิร์ตรสธรรมชาติจะมีกรดแลคติกและโปไบโอติก ซึ่งมีคุณสมับติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้า และยังช่วยลดการขยายขนาดของรูขุมขน ซึ่งวิธีการกระชับรูขุมขนด้วยโยเกิร์ตนั้นก็แสนจะง่ายดาย เพียงแค่นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไม่ต้องผสมกับอะไรทั้งนั้น ทาบางๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้นก็สามารถสวยได้แล้ว กระชับรูขุมขน.

วิธีลดรอยดําจากสิว รอยแดง-ดำจากสิวอักเสบ

วิธีลดรอยดําจากสิว รอยแดง-ดำจากสิวอักเสบ เรื่องของสาเหตุทำให้เป็นรอยแดง-ดำหลังจากที่สิวเราหายแล้ว เป็นเรื่องที่หลายๆคนถามถึงกันมากว่าทำไมสิวหายแล้วแต่หน้ายังเป็นรอยแดง รอยดำ อยู่เลย รอยแดง-ดำคล้ำจากผิวอักเสบ คืออะไร เป็นอาการสีผิวไม่สม่ำเสมอที่เกิดขึ้นเมื่อผิวหายจากการอักเสบ และรวมถึงอาการเหล่านี้ด้วย
– การติดเชื้อที่ผิวหนัง
– อาการแพ้
– อุบัติเหตุ
– ปฎิกิริยาจากการใช้ยา
– อาการแพ้ยาที่ผิวหนังโดยมีปฎิกิริยาจากแสงแดดร่วมด้วย
– แผลบาดเจ็บ (เช่นผิวไหม้)
– ปฎิกิริยาจากการอักเสบ (เช่นสิว, ผิวหนังอักเสบ)
รอย แดง-ดำคล้ำที่เกิดขึ้นนี้จะอยู่ในบริเวณที่เกิดการบาดเจ็บที่รักษาหายแล้ว จะมีสีตั้งแต่น้ำตาลอ่อนไปจนถึงดำ สีที่ดำคล้ำขึ้นเนื่องจากเผชิญกับแสงแดด (รังสียูวี) การใช้ยารักษาบางอย่างก็อาจทำให้สีผิวคล้ำขึ้น เช่นยาต้านเชื้อมาลาเรีย, ยารักษาโรคเรื้อน, เตตร้าไซคลิน, ยาต้านมะเร็งเช่น bleomycin, doxorubicin, 5-fluorouracil และ busulfan รอย ดำคล้ำนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่จะเกิดได้มากกว่าในคนที่มีผิวคล้ำ อาการเหล่านี้จะเห็นได้ขัดเจนมากขึ้นเมื่อสัมผัสกับแสงแดด ตัวอย่างของอาการเหล่านี้เช่น การสัมผัสกับพิษของพืชบางชนิดแล้วแพ้ วิธีลดรอยดําจากสิว.
วิธีลดรอยดําจากสิว
วิธีลดรอยดําจากสิว สาเหตุของการเกิดรอยคล้ำจากผิวอักเสบ

เกิด จากการผลิตเม็ดสีในบริเวณที่เป็นแผลอักเสบซ้ำๆในขั้นตอนที่ผิวทำการรักษาแผล นั้น อธิบายกันอย่างละเอียดก็คือ เมลาโนไซท์ทำหน้าที่ผลิตเมลานินมากขึ้น (เมลานินคือเม็ดสีผิว) ซึ่งจะแพร่ไปยังเคราติโนไซท์รอบ ๆ (เคราติโนไซท์ คือเซลล์ผิว) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มความผิดปกติของเม็ดสีผิว (hypermelanosis) ชั้นหนังกำพร้า

อีก สาเหตุหนึ่งคือความผิดปกติของเม็ดสีผิวในชั้นหนังแท้ เม็ดสีผิวที่เกิดที่ชั้นลึกลงไป จะเกิดขึ้นเมื่อการอักเสบนั้นกระจายลงไปถึงขอบเขตสุดท้ายของชั้นหนังกำพร้า ทำให้เกิดเม็ดสีผิวขึ้นที่ชั้นผิวที่อยู่ติดกับหนังกำพร้า (ชั้นบนสุดของชั้นหนังแท้)การเกิดภาวะอักเสบที่ชั้นผิวหนังกำพร้า (ชั้นนอกสุดของผิวหนัง) ที่ตอบสนองจากการบาดเจ็บหรือเป็นแผล มีผลให้ผิวหลั่งและทำปฎิกิริยากับกรดอะราชิโดนิค (arachidonic) ไปยัง prostaglandin วิธีลดรอยดําจากสิว

ยากินกลุ่มโลคูเทรียน (leukotriene) และผลิตภัณฑ์อื่น ๆที่ใกล้เคียงกันนี้จะไปปรับเปลี่ยนการทำงานของภูมิคุ้มกันเซลล์ และเมลาโนไซท์และทำให้เกิดรอยแดง รอยดำได้เช่นกัน

วิธีการรักษารอยดำคล้ำจากผิวอักเสบ

โดยปกติแล้วจุดด่างดำบนผิวจะค่อย ๆ จางลงและกลับเป็นสีผิวปกติได้ต้องใช้เวลา ซึ่งกระบวนการต่าง ๆ นั้นอาจใช้เวลานานถึง 6-12 เดือน หรืออาจนานถึง 2 ปีในบางรายก็เป็นได้ ผู้ป่วยควรจะได้รับการแนะนำให้ใช้ครีมกันแดดที่มีคุณภาพดีเป็นประจำทุกวัน เมื่อต้องเผชิญแสงแดดเพื่อป้องกันจุดด่างดำนั้นไม่ให้คล้ำขึ้นกว่าเดิม

ผลิตภัณฑ์ ที่ใช้รักษาภายนอกมีมากมายที่จะช่วยให้ขาวขึ้น หรือฟอกสีจุดด่างดำที่ชั้นหนังกำพร้าได้ ส่วนใหญ่แล้วให้ผลดี แต่หากรักษาร่วมกันกับวิธีการต่าง ๆ ที่แนะนำด้านล่างนี้ก็จะให้ผลที่ชัดเจนมากขึ้น

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการรักษามีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1. ตัวยา เร่งการผลัดเซลล์ผิว เช่น กรดผลไม้ (AHA) กรดซาลิกไซลิก (BHA) กรดวิตามิน A
2. ยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีภายในเซลล์สร้างเม็ดสีโดยตรง เช่น วิตามินซี อาร์บูติน สารสกัดจากใบหม่อน ( Mulberry ) ชะเอมเทศ ( Licorice ) ฯลฯ
3. ยับยั้งการเคลื่อนตัวของเม็ดสีที่ผิดปกติไปยังเซลล์ผิวชั้นบน เช่น วิตามิน B1 สารสกัดจากเมล็ดถั่วเหลืองและนม

นอกจากการใช้ผลิตภัณฑ์ยาเพียงอย่างเดียว การใช้แสงเข้มข้นสูง ( IPL) และ การใช้นวัตกรรมเลเซอร์ช่วยรักษารอยแดง และ รอยดำที่เกิดจากสิว ( วีบีมเลเซอร์ และ Dual Yellow Laser ) ร่วมด้วย ก็จะยิ่งเห็นผลการรักษาที่ไวขึ้นและได้ประสิทธิภาพสูงสุด

รักษารอยแดงสิวด้วย วีบีมเลเซอร์

วีบีม เลเซอร์ (Vbeam Laser) คืออะไร
วีบีม (Vbeam) เป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 595 nm แสงเลเซอร์นี้จะมีความอ่อนโยนต่อผิวและถูกออกแบบมาเพื่อกำจัดปัญหาต่างๆ ของผิวที่ไม่พึงปรารถนา โดยเทคโนโลยีนี้จะมีระบบพ่นความเย็นที่ให้ความ ละเอียดสูงผสานไปกับลำแสงเลเซอร์ที่มีความเที่ยงตรงสูง ทั้งในแง่พลังงานและ ระยะเวลาการปล่อยแสงเลเซอร์ที่แม่นยำ ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการรักษาสูง

มีปัญหาสิว รอยแดงจากสิว และหลุมสิวจะทำอย่างไร สิวและรอยแดงของสิวมักพบบ่อยในวัยรุ่นจนถึงวัยทำงาน ซึ่งเป็นปัญหาที่น่ารำคาญเนื่องจากใช้เวลานานกว่าจะหาย ปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้รอยแดง และสิวดีขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเทคโนโลยี วีบีม (Vbeam) เป็นเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพในการดูดซับรอยแดงให้จางลงอย่างรวดเร็วหลังการ รักษา โดยการยิงเลเซอร์ชนิดนี้สามารถทำได้ภายในไม่กี่นาที นอกจากนี้ สิว และหลุมสิว ก็จะดีขึ้นด้วยตามลำดับ สามารถเห็นผลการรักษาได้ในครั้งแรกและถ้าทำต่อเนื่อง ประมาณ 3-5 ครั้ง จะดีขึ้นประมาณ 75-90%

ขจัดรอยดำ และริ้วรอย เพื่อให้ผิวอ่อนใสได้อย่างไร
วีบีม (Vbeam) รุ่นล่าสุด จะมีเทคโนโลยีหัวยิงรุ่นใหม่ ซึ่งสามารถนำไปรักษากระและรอยดำได้เป็นอย่างดี และยังช่วยทำให้ผิวหน้าอ่อนเยาว์ลง เรียบเนียนขึ้นและลบริ้วรอยต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดย วีบีม (Vbeam) จะช่วยเสริมสร้างเส้นใยคอลลาเจนใต้ผิวหนังให้เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้รูขุมขนเล็กลง ผิวเรียบเนียนขึ้น ใบหน้ากลับสู่ ความสดใสและความอ่อนเยาว์กลับมาอีกครั้ง

การรักษาด้วย วีบีม (Vbeam) มีความปลอดภัยหรือไม่ และประสิทธิภาพเป็นอย่างไร
วีบีม (Vbeam)เป็น เครื่องที่ผลิตจากประเทศสหรัฐอเมริกา และมีการรับรองจากองค์การอาหารและยา วิธีลดรอยดําจากสิว จากประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป เอเชีย รวมทั้งประเทศไทยว่ามีความปลอดภัยสูง ทั้งยังมรการทำการทดลองวิจัยทางการแพทย์ต่างๆ จำนวนมาก เพื่อพิสูจน์ว่าสามารถนำไปใช้รักษาปัญหาเกี่ยวกับผิวพรรณต่างๆได้มากมาย โดยได้รับการรับรองจาก อย. ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาผิวพรรณได้กว่า 20 ชนิด

ต้องทำบ่อยแค่ไหน

ควรเข้ารับการรักษาทุก 3-4 สัปดาห์ ประมาณ 3-5 ครั้งซึ่งขึ้นอยู่กับการตอบสนองที่แตกต่างของแต่ละบุคคล

ข้อดีของ วีบีม (Vbeam)
– สามารถรักษาปัญหาผิวพรรณต่างๆ ได้อย่างมี ประสิทธิภาพในคราวเดียวกัน เช่น สิว รอยแดงสิว ริ้วรอย กระ รอยดำต่างๆ รวมทั้งเส้นเลือดขยาย
– ใช้เวลาในการรักษาสั้น เพียง 10-15 นาทีต่อครั้ง
– ไม่เจ็บ ไม่ต้องทายาชา หรือฉีดยาชาก่อนการ รักษาเลย
– สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ ทันทีหลังจากการรักษาครั้งแรก ซึ่งจะค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเข้ารับ การรักษาอย่างต่อเนื่อง
– มีความปลอดภัยสูง
– ไม่มีบาดแผลหลังทำ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

รักษารอยดำจากสิว และปรับสภาพผิวให้ขาวขึ้น

IPL คืออะไร

IPL (Intense Pulsed Light) เทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่นำเอาพลังงานแสงความเข้มสูงมาใช้ในการรักษา และแก้ไขปัญหา ผิวพรรณได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับจากเริ่มใช้ในปี 1994 เป็นต้นมา IPL ได้การยอมรับอย่างต่อเนื่องและแพร่หลาย ด้านผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมในการฟื้นฟูและถนอมผิวพรรณ ให้คงความอ่อนเยาว์ และด้วยประสิทธิภาพนี้เอง ทำให้มีผู้เรียก IPL ว่าเป็น “เลเซอร์หน้าใส”

IPL แก้ไขปัญหาอะไรได้บ้าง

พลังงานจาก IPL จะเข้าทำลายเซลล์ และโปรตีนเป้าหมายที่อยู่ในรอยแดง จุดด่างดำ ความหมองคล้ำ หรือเส้นเลือด บนผิวหนังอย่างจำเพาะเจาะจง (Selective) ทำให้สีผิวที่ผิดปกติต่างๆ จางลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นวิธีลดรอยแดงสิวที่ดีที่สุดในปัจจุบัน พลังงานดังกล่าวยังผ่านเข้าถึงผิวชั้นลึก (Dermis) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ สามารถใช้ช่วยแก้ปัญหาได้หลายประเภท

– ลดเลือนรอยแผลเป็นสิว รอยแดง หรือจุดด่างดำต่างๆ – ผิวหน้าเนียนในเป็นสีเดียวกัน
– รักษาฝ้า กระ แผลเป็นที่มีสีผิดปกติต่างๆ
– ลดริ้วรอย ถอยอายุผิว
– กระชับรูขุมขน เนื้อผิวละเอียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
– เส้นเลือดฝอยบนใบหน้า (ที่ทำให้ใบหน้าแดง)

ระยะเวลาการรักษา

การรักษาแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที สามารถรับการรักษาได้ทันทีโดยไม่ต้องเตรียมตัวใดๆ ขณะยิงเลเซอร์อาจรู้สึก เจ็บเล็กน้อยเหมือนโดนหนังยางดีดบนผิว แต่จะไม่มีบาดแผลหรือร่องรอยใดๆ หลังการรักษา คุณสามารถใช้ชีวิตประจำวัน และปฏิบัติต่อผิวหน้าได้ตามปกติ หลังรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง คุณจะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของผิวที่ละเอียด นุ่มเนียนขึ้น รูขุมขนกระชับ ริ้วรอยและจุดด่างดำดูลดเลือนอย่างชัดเจน

IPL ปลอดภัยหรือไม่

แพทย์จะเป็นผู้ปรับตั้งพลังงาน ช่วงคลื่นแสง และรายละเอียดต่างๆ ให้เหมาะกับปัญหาที่ต้องการรักษาและสภาพผิว ของผู้ที่มารับการรักษาแต่ละคน

ปัจจุบันมีเครื่องมือมาตรฐานต่ำที่ผลิตขึ้นสำหรับร้านเสริมสวยในต่างประเทศ เป็น IPL ชนิดที่ไม่สามารถปรับตั้งค่าเพื่อใช้รักษา ภาวะทางผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิดได้ และนอกจากมาตรฐานของเครื่องแพทย์แล้ว ความชำนาญของแพทย์ผู้ทำการรักษาคือปัจจัยที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้ผลการรักษาด้วย IPL ได้ประสิทธิภาพสูงสุด วิธีลดรอยดําจากสิว.

ลบรอยสิว หลังจากที่คุณสาวๆ โล่งอก เมื่อได้โบกมือลาปัญหา

ลบรอยสิว หลังจากที่คุณสาวๆ โล่งอก เมื่อได้โบกมือลาปัญหาเรื่องสิวบนใบหน้า ยังไม่ทันได้หายดีใจ ปัญหาใหม่ก็เข้ามาแทน ถึงแม้ว่าเจ้าสิวตัวร้ายจะจากไปแล้ว แต่ก็ยังไม่วายทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้ดูต่างหน้า จนทำให้คุณสาวๆ สูญเสียความมั่นใจคุณสาวๆ บางคนที่ใบหน้าเกิดปัญหาริ้วรอยจากสิวมากๆ ถึงขนาดรีบไปพบแพทย์ตามคลินิกเสริมความงาม เพื่อให้คุณหมอช่วยยิงเลเซอร์ แต้มกรด เพื่อให้ริ้วรอยจางหายไปให้เร็วที่สุด ซึ่งในความเป็นจริงแล้วปัญหาริ้วรอยจากสิว เป็นเรื่องที่สามารถรักษาได้อย่างง่ายๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน ซึ่งในวันนี้จะไปดูกันว่า เคล็ดลับรักษาริ้วรอยจากสิวนั้น มีวิธีการอย่างไรกันบ้าง ลบรอยสิว.

ลบรอยสิว
ลบรอยสิว วิธีการรักษาสิวโดยใช้ผลไม้ และสมุนไพร

มาเริ่มวิธีการรักษาริ้วรอยจากสิวโดยใช้พืชสมุนไพรและผลไม้กันก่อน ซึ่งล้วนแต่เป็นของที่สามารถหาได้อย่างง่ายๆ ในชีวิตประจำวันทั้งสิ้น ดังต่อไปนี้

1. หอมแดง หอมแดงมีสารในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว และยังมีสารที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย สำหรับวิธีการใช้ก็ง่ายๆ เพียงแค่นำหอมแดงมาปลอกเปลือก หั่นเป็นแว่นบาง แล้วนำมาแต้มบริเวณที่เป็นจุดด่างดำเป็นประจำทุกวัน ในไม่ช้ารอยสิวจะค่อยๆจางลง ผิวหนังที่เป็นสีดำจะกลายเป็นสีแดง และกลายเป็นสีเนื้อตามปกติ ลบรอยสิว

2. มะละกอสุก ในมะละกอมีเอนไซม์ปาเปน และโคโมปาเปน ช่วยในการย่อยโปรตีน ทำให้ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง จึงสามารถกระตุ้นให้เกิดการสมานแผลของผิวหนัง ซึ่งทำให้สมานแผลลดริ้วรอยที่เกิดขึ้นจากสิวได้เช่นกัน โดยมีวิธีการง่ายๆ คือ นำมะละกอสุกมาปอกเปลือกและล้างยางออกให้สะอาด เพราะไม่เช่นนั้นยางอาจจะกัดใบหน้าได้ จากนั้นให้นำมะละกอมาบดให้ละเอียด แล้วพอกหน้าทิ้งเอาไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก เมื่อใช้เป็นประจำ ริ้วรอยจากสิวจะลดลง

3. ใบบัวบก ในใบบังบกจะมีสารไกลโคไซด์ ซึ่งจะช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ และช่วยสร้างคอลลาเจนให้กับผิวหนัง ทำให้รอยดำจากสิวถูกลบเลือน นอกจากนั้นยังช่วยทำให้สภาพของผิวโดยรวมดีขึ้น สำหรับวิธีใช้ก็เพียงแค่นำใบบัวบกไปปั่นกับเครื่องปั่น หรือใช้การตำโดยใช้ครก จากนั้นนำใบบัวบกมาพอกหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

4. น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ในน้ำมันมะพร้าวจะมีกรดลอริค ซึ่งช่วยในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง และยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยทำให้รอยดำจากสิวลดลง ซึ่งน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น สามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป วิธีใช้ก็เพียงแค่ทาบริเวณที่เป็นริ้วรอยจากสิวหลังล้างหน้าก่อนนอนโดยที่ไม่ต้องล้างออก

5. กระเทียม มีสารจากธรรมชาติที่ช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย วิธีใช้เพียงแค่ใช้มีดฟานเป็นแว่นบางๆ หรือใช้เล็บจิกเอาน้ำกระเทียมมาแต้มลงริ้วรอยดำจากสิว ลบรอยสิว น้ำจากกระเทียมจะช่วยปรับสภาพสีผิวชั้นนอกบนหน้าให้เท่ากัน โดยการลดการสร้างเมลานินที่คั่งค้างอยู่ในรอยดำจากสิว ทำให้รอยสิวดูจางลง

6. น้ำมะนาว น้ำมะนาวมีกรดผลไม้ หรือ AHA ซึ่งจะช่วยทำให้เซลล์ผิวที่ตายไปแล้ว เกิดการหลุดออกมากจากบริเวณที่เป็นจุดด่างดำ วิธีการใช้คือ บีบเอาน้ำมะนาวประมาณ 1-2 หยด แต้มไปบนบริเวณที่เป็นริ้วรอยจากสิว จากนั้นทิ้งเอาไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออก

7. มะเขือเทศ มะเขือเทศอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งมีผลในการช่วยสมานรอยแผลเป็นและริ้วรอยด่างดำจากสิว โดยนำมะเขือเทศไปฝานให้เป็นชิ้นบางๆ แล้วนำไปวางไว้บนบริเวณแผลเป็น

8. แอปเปิ้ล+น้ำผึ้ง ล้างหน้าให้สะอาด แล้วซับหน้าให้แห้ง หลังจากนั้นให้นำแอปเปิ้ลครึ่งผล ผสมกับน้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนโต๊ะ นำมาบดรวมกันให้ละเอียดจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ทาให้ทั่วใบหน้า หรือจะเน้นทาในบริเวณที่เป็นริ้วรอยจากสิว ทิ้งเอาไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออก

9. น้ำผึ้ง น้ำผึ้งจะช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ริ้วรอยจากสิวค่อยๆเลือนหายไป โดยการนำน้ำผึ้งมาทาให้ทั่วใบหน้า แล้วทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที แล้วจึงล้างออก

10. น้ำมันลาเวนเดอร์ แต้มน้ำมันลาเวนเดอร์ลงบนบริเวณที่เป็นริ้วรอยจากสิว วันละ 2 ครั้ง เป็นประจำทุกวัน น้ำมันลาเวนเดอร์จะช่วยทำให้ริ้วรอยจากสิวจางลงได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

11. ไข่ขาว ไข่ขาวช่วยในการขจัดปัญหาริ้วรอยจากสิว สำหรับวิธีการใช้คือ ใช้สำลีพันปลายไม้ จุ่มเอาเฉพาะไข่ขาวมานวดกับริ้วรอยที่เกิดขึ้นจากสิว

12. น้ำแตงกวา อุดมไปด้วยวิตามินเอ ที่สามารถช่วยลดการอักเสบและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว โดยใช้นำแตงกวาแต้มไปบนบริเวณที่เกิดริ้วรอยจากสิว ซึ่งน้ำแตงกวาไม่มีความเป็นกรด จึงไม่กัดผิว ทำให้สามารถที่จะแต้มทิ้งเอาไว้นานๆได้โดยที่ไม่ต้องรีบล้างออก สำหรับบางคนอาจจะแต้มทิ้งเอาไว้ทั้งคืนก็ได้โดยที่ไม่ได้มีอันตราย

อย่างไรก็ตาม ริ้วรอยด่างดำจากสิว โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการบีบ กด สิวของตัวเราเอง ดังนั้นวิธีการรักษาริ้วรอยจากสิวที่ดีมากที่สุดวิธีหนึ่ง คือ การอดทน อดใจ ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับหัวสิว ถึงแม้ว่าจะรู้สึกมันเขี้ยวขนาดไหนก็ตาม ควรจะใช้ยาทาและรอให้หัวสิวยุบไปเองตามธรรมชาติจึงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ลบรอยสิว.

รูขุมขนกว้าง การที่สาวๆหรือหนุ่มนั้นมีรูขุมขนที่กว้าง ยิ่งเฉพาะสาวๆนั้น

รูขุมขนกว้าง การที่สาวๆหรือหนุ่มนั้นมีรูขุมขนที่กว้าง ยิ่งเฉพาะสาวๆนั้นทำให้ยุ่งยากลำบากในการแต่งหน้า กว่าจะปกปิดเรื่องรูขุมขนกว้างได้ และกว่าจะเรียบเนียนได้ วันนี้ผมมีวิธีง่ายๆที่ทำให้รูขุมขนกว้างทำให้เล็ดลงมาได้ และทำให้กระชับได้ทุกวัน 1.ล้างหน้าด้วยอุณหภูมิห้องทุกวัน
สาวๆนั้นรู้หรือไม่ว่า คุณนั้นไม่ควรล้างหน้าจนบ่อยจนเกินไป ล้างเพียง 2 รอบต่อวันนั้นเพียงพอแล้ว 2.ประคบก้อนน้ำแข็งที่ใบหน้า โดยการนำเอาก้อนน้ำแข็งถูเบาๆไปตามบริเวณที่รูขุมขนกว้างประมาณ 15-30 วินาทีเท่านั้น 3.เบคกิ้งโซดา ผสม 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่น ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำส่วนผสมนั้นทาลงไปที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง รูขุมขนกว้าง.
รูขุมขนกว้าง

รูขุมขนกว้าง 4.ผ้าขนหนูแช่น้ำผลไม้รสเปรี้ยว

นำผ้าขนหนูผิวเล็กๆที่ใช้เช็ดหน้า แช่ลงไปในน้ำมะนาว ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที แล้วล้างด้วยน้ำอุณหภูมิห้องครับ
5.มาส์กหน้าด้วยโนเกิร์ต

เพราะมีสารส่วนต่อต้านแบคทีเรียช่วยลดการเกิดสิวบนในหน้าได้

เห็นไหมครับว่า ไม่ยากเลยวิธีการบอกลารูขุมขนกว้าง

รูขุมขนกว้าง ช่างเป็นปัญหาหนักอกหนักใจของบรรดาผู้หญิงทุกช่วงวัย เพราะความกว้างและบานใหญ่ของรูขุมขนนั้นยิ่งมากเท่าไหร่ ใบหน้ายิ่งดูร่วงโรย ไม่สดใส ไร้ชีวิตชีวา

ขนาดเมกอัพก็แล้ว รองพื้นขั้นเทพก็แล้ว ยังเอาไม่ค่อยจะอยู่ อย่างนี้ต้องเยียวยาพึ่งพาวิธีทางการแพทย์ซะแล้ว ฉีดปุ้บตึงปั้บ ราวกับว่ารูขุมขนแคบลงเห็นได้อย่างถนัดตา!

สาเหตุรูขุมขนกว้าง

“รูขุมขนกว้างเกิดจากหลายสาเหตุ ปัจจัยแรกคือ กรรมพันธุ์ คุณพ่อคุณแม่ผิวมัน เราก็ต้องผิวมันเป็นต้น เพราะโดยส่วนใหญ่รูขุมขนกว้างจะเกิดกับคนผิวมัน เนื่องจากน้ำมันถูกขับออกมาเยอะ รูขุมขนจึงกว้างออก คนหน้ามันจึงรูขุมขนกว้าง คนผิวแห้งรูขุมขนจะเล็ก อันนี้เป็นปัจจัยที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้มากับตัวที่เราเกิด รูขุมขนกว้าง

ปัจจัยที่สองเป็นสิ่งที่เราสามารถเลี่ยงได้คือ การใช้เครื่องสำอาง สารเคมีทีก่่อการระคายเคือง บางครั้งล้างหน้าเยอะเกินไปแล้วแห้ง รูขุมขนจะคิดว่าอากาศข้างนอกมันแห้งจริง จึงสร้างน้ำมันออกมาเคลือบผิว ทำให้สมดุลกับผิว สังเกตคนที่ล้างหน้าบ่อยผิวจะมันเฉพาะช่วงแก้ม จะไม่ได้มันทั้งหน้า ควรล้างหน้าเช้าและเย็นเพียงพอแล้วค่ะ

การใช้สครับหน้าบ่อยๆ ก็ไม่ดี ไปกระตุ้นรูขุมขนให้ใหญ่เช่นกัน คนผิวแห้งล้างน้ำอุ่นไม่ได้ ล้างน้ำธรรมดา อุณหภูมิห้องจะดีกว่า”

พญ.ธัญวรินทร์ โชติชอบประดิษฐ์ แพทย์ประจำทองหล่อคลินิกเวชกรรม กล่าวถึงสาเหตุรูขุมขนกว้าง

แต่หากเลี่ยงรูขุมขนกว้างไม่ได้ เรามีวิธีแก้แบบฉับพลันให้หน้าตึงเปรี๊ยะจนทำให้รูขุมขนดูตื้นขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งการศัลยกรรม หรือโบท็อกซ์ (Botox)

“ไพลเนส (Plinest) สกัดมาจากสารสังเคราะห์ และสมุนไพรบางชนิด ร่วมกับการสร้าง Oligopeptide ซึ่งทำหน้าที่เป็น Growth Factors ประกอบไปด้วย Multiminerals Multivitamins และ Cellular Nutrient (อาหารของ cell) ทำให้ Cell Fibroblast ซึ่งทำหน้าที่สร้างคอลลาเจน (Collagen) ถูกกระตุ้นให้ทำหน้าที่ในการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวพรรณเต่งตึง

โดยไพลเนส จะทำให้ริ้วรอยย่นจีบหายไปโดยการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้การทำงานของ DNA active ทำให้ผิวตึงขึ้น จึงทำให้แลดูรูขุมขนตื้นขึ้น” คุณหมอธัญวรินทร์ กล่าวถึงวิธีการทำให้รูขุมขนกระชับขึ้นอย่างรวดเร็ว

พอเราฉีดไพลเนส เข้าไปจะเห็นเป็นตุ่มนูนๆ ก่อน สักพักจะซึม จากนั้นจะอยู่ในชั้นหนังแท้ ไม่ไปไหน อยู่บริเวณนั้น ทำให้ผิวบริเวณหนังแท้มีการสร้างคอลลาเจนที่กำลังแตกหัก ทำให้เกิดรอยย่นมันก็จะซ่อมแซมตัวเองเร็วขึ้น มีการสร้างคอลลาเจนใหม่เร็วขึ้น ผิวก็จะเสมือนตึงขึ้นโดยที่เราไม่ได้ผ่าตัด หรือโบท็อกซ์เลย

ฉะนั้นเนื้อเยื่อบริเวณตรงไหนที่โบท็อกซ์ช่วยไม่ได้ ไพลเนสช่วยได้ เช่น แถวใต้ตา โบท็อกซ์จะทำงานไม่ค่อยดี เพราะถ้าเราฉีดโบท็อกซ์เยอะๆ หนังตาจะห้อยลงมา เพราะมันไปบล็อกไม่ให้เราหลับตาได้ คนไข้ที่ฉีดโบท็อกซ์รอบตาเยอะๆ พอหลับตาเวลาสระผมหนังตาล่างจะปิดไม่สนิท คนไข้จะมาบ่นว่าบางทีแชมพูเข้าตา แต่จะเป็นอยู่ชั่วครู่ 2 เดือน คนไข้จะดีขึ้นเอง กล้ามเนื้อจะค่อยๆ กลับมาทำงานได้เหมือนเดิม

ไพลเนสไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับการทำงานของกล้ามเนื้อเลยมันไม่ลึกขนาดนั้น อยู่แค่หนังแท้ชั้นบน 2 มิลลิเมตรจากพื้นผิว จะเป็นบริเวณที่ผิวจะตึงไม่ตึง จะเต่งไม่เต่ง จะใสไม่ใส จะเด้งไม่เด้ง จะอยู่่บริเวณชั้นนี้ ถ้าเกิดหนังแท้เราสุขภาพดี รูขุมขนกว้าง ผิวที่ทะลุชั้นหนังกำพร้าขึ้นมาให้เราเห็นสีผิวสีเม็ดเลือดจะดูดี ถ้าชั้นหนังแท้เราสกปรกมีของเสียสะสมเยอะ มีฝ้า โดนมลภาวะในชีวิตประจำวันมันไปสะสมอยู่ ออกไม่่ได้ทำให้ผิวหมอง แม้เราจะสาดไฟ ยิงไฟอย่างไร มันก็จะดูหมอง หน้าไม่เปล่งประกายออกมาอยู่ดี ไม่มีออร่า

หมอจะทำการฉีดวางยาอยู่ในบริเวณชั้นหนังแท้เลย และค่อยๆ ให้ตัวยาที่ค่อนข้างมีความเข้มข้นสูง และหนืด ซึมไปเอง ฉีดปุ้บเป็นตุ่มเหมือนยุงกัดนูนๆ แดงๆ จากนั้นยาจะค่อยซึมเข้าไป แต่ไม่ต้องกังวลตัว ไพลเนสจะซึมเร็วมากเลย บางทีคนไข้เช็ดหน้ากำลังจะกลับบ้านปรากฏว่าซึมไปหมดแล้ว แต่จะยังคงความแดงอยู่ เพราะไพลเนสไปกระตุ้น

กระตุ้นเส้นเลือดฝอย เส้นน้ำเหลือง ระบบไหลเวียนเลือด ระบบทุกอย่าง ดังนั้นกลับไปถึงบ้านจะยังแดงๆ อุ่นๆ ระเรื่อ

คนไข้บางคนจะรู้สึกตึงทันทีเลย ใช้เวลาฉีดเล็กน้อยถ้าคนไข้ทนเจ็บได้ไม่ถึง 5 นาที ก็เสร็จ จะเจ็บช่วงเดินยา เพราะตัวยาค่อนข้างหนืด เดินยายาก ฉีดกระจายให้ละเอียดทั่วหน้า ละเอียดเท่าไหร่ยิ่งดียิ่งสวย แต่ถ้าทนเจ็บไม่ไหวก็ปล่อยให้ตุ่มใหญ่หน่อย ต้องดูว่าคนไข้ทนเจ็บได้มากแค่ไหน ถ้าฉีดไปพักไป สัก 2-3 จุดพัก ก็ประมาณครึ่งชั่วโมง ถ้าฉีดไม่พัก 5 นาทีเสร็จ ส่วนที่ต้องทำละเอียดหน่อยคือ ตรงใต้ตาตื้นๆ ส่วนการมีเลือดซิบเป็นเรื่องธรรมดาถ้าเราไปสอยโดนเส้นเลือดฝอย

หลังจากทำไพลเนสไปแล้ว คุณหมอบอกด้วยว่าไม่มีอะไรยุ่งยาก สามารถดำเนินชีวิต แต่งหน้าได้ตามปกติ แต่คุณหมอย้ำว่าอย่าเพิ่งไปนวดหน้า เพราะการทำไพลเนสจะทิ้งรอยแดงระเรื่อไว้ การนวดหน้าอาจทำให้เกิดการอักเสบได้จ้า

รูขุมขนกว้าง เป็นปัญหาหนักอกหนักใจของสาวๆ เพราะมันจะทำให้ผิวหน้าของเราดูเหมือนขาดการดูแล ซึ่งความจริงก็เป็นแบบนั้นแหละ เพราะสาเหตุของรูขุมขนกว้างเป็นผลเราไม่ได้ดูแลผิวของเราอย่างเพียงพอ ทำให้เซลล์ผิวหนังบริเวณรูขุมขนขยาย วันนี้เรามาเริ่มดูแลกระชับรูขุมขนกว้าง พร้อมกันหาแนวทางและสาเหตุรูขุมขนกว้าง กันเถอะ

รูขุมขนกว้างเกิดขึ้นได้อย่างไร?
จุดกำเนิดของรูขุมขนกว้าง เกิดจากเซลล์ผิวที่ผลัดใหม่เจริญขึ้นมา ซึ่งในระหว่างการผลิดเซลล์ผิวใหม่นั้นมีสิวหัวดำ หรือสิวอยู่รอบๆ ก็จะทำให้เกิดการทับทบของผิวที่ผลัดใหม่ทับเซลล์ผิวเก่า ทำให้เกิดการขยายรูขุมขนให้กว้างขึ้น รูขุมขนกว้างจะเกิดขึ้นกับคนส่วนมากที่เป็นสิวโดยเฉพาะสิวหัวดำ หรืออาจเกิดจากผิวที่ขาดความชุ่มชื้นก็มีส่วนทำให้เกิดรูขุมขนกว้าง รูขุมขนกว้าง.

การรักษาหลุมสิว ใบบัวบกเป็นที่รู้จักกันดีว่ากินแล้วช่วยรักษาอาการฟกช้ำได้ดี

การรักษาหลุมสิว ใบบัวบกเป็นที่รู้จักกันดีว่ากินแล้วช่วยรักษาอาการฟกช้ำได้ดี และยังสามารถใช้ลดรอยดำจากสิว หลุมสิว  ช่วยลดแผลเป็นจากสิว แผลคีลอยด์ได้ด้วย เนื่องจากในใบบัวบกมีสารไกลโคไซด์ ( Glucosides ) ซึ่งจะช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ และช่วยสร้างคอลลาเจนให้กับผิวหน้าของเรา เมื่อคอลลาเจนถูกสร้างขึ้นผลที่ตามมาก็คือ ลอยดำ หลุมสิว ก็จะลดลงจางลงไปได้ และยังทำให้ผิวหน้าโดยรวมดีขึ้นอีกต่างหากืวิธีใช้ก็นำใบบัวบกไปปั่นกับเครื่องปั่น หากใครไม่มีก็เอาไปตำในครกได้ จากนั้นก็นำใบบัวบกที่ได้มาพอกหน้าได้เลย ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด การรักษาหลุมสิว.

การรักษาหลุมสิว
การรักษาหลุมสิว น้ำมันมะพร้าวสะกัดเย็น
ในน้ำมันมะพร้าวจะมีสารที่โดดเด่นอยู่ตัวหนึ่งชื่อว่า “กรดลอริค” ซึ่งช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียได้ดี และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เข้าไปทำงานที่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังช่วยให้ผิวเราชุ่มชื้นอ่อนนุ่มลง ช่วยให้ผิวหน้าที่เป็นรอยดำจากสิว หลุมสิว ลดลงได้ หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป วิธีใช้ก็ใช้ทาหลังล้างหน้าเหมือนเป็นครีมบำรุงตัวหนึ่งก่อนนอนโดยไม่ต้องล้างออก นอกจากนี้น้ำมันมะพร้าวยังใช้ทาแทนโลชั่นทาผิวได้ด้วยนะ ช่วยทำให้ผิวเราชุ่มชื้นและมีสุขภาพดี เป็นของจากธรรมชาติที่มีสรรพคุณเยอะมากอีกตัวหนึ่ง

วิธีลดรอยดําจากสิว หลุมสิว  ด้วยวิธีธรรมชาติแบบง่ายๆ สามารถทำได้เองที่บ้านโดยใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที ไม่ต้องเสียเวลามากแถมยังประหยัดตังค์ในประเป๋าอีกด้วย ที่สำคัญไม่ต้องกลัวว่าจะแพ้เพราะเป็นของที่เป็นธรรมชาตล้วนๆรับรองว่าปลอดภัยแน่นอน เพียงแต่ว่าตอนใช้ก็ขอให้ล้างทำความสะอาดให้ดีซะก่อน ป้องกันพวกยาฆ่าแมลงหรือสารตกค้างอื่นๆ จะได้ใช้ได้อย่างสบายใจหายห่วง การรักษาหลุมสิว

ประเด็นการรักษาหลุมสิวด้วยการเลาะพังผืดใต้ผิวหนังด้วยเข็มตัดพังผืด พิเศษ ( Nokor Needle ) ที่เรียกว่าการทำ Subcision ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ทางการแพทย์ครับ แต่เป็นหัตถการที่มีมานานมากแล้วแต่เพิ่งจะมาฮิตมากๆในช่วงปีที่ผ่านมา หมอขออธิบายรูปแบบการรักษาด้วยวิธีนี้นะครับ

ด้วยความเชื่อที่ว่า การเกิดหลุมสิวมีส่วน ที่เกิดจากการขาดหายไปของ Collagen ใต้ชั้นผิวหนัง ร่วมกับ การมีพังผืดใต้ผิวหนังบริเวณที่เคยเป็นสิว จนทำให้ดึงผิวหนังบริเวณนั้นให้เกิดการยุบตัวลงไปกลายเป็นหลุมสิว ดังนั้นในสมัยก่อนเท่าที่หมอค้นวรสารทางการแพทย์มาได้เริ่มมีการตีพิมพ์การ ใช้เข็มเพื่อเซาะหลุมสิวตั้งแต่ปี 1995 หรือประมาณ 20 ปีมาแล้ว โดยวิธีการคือ

แพทย์จะใช้เข็มลักษณะพิเศษที่มีคุณสมบัติในการตัดผิวหนังที่เรียกว่า เข็ม Nokor ซึ่งแพงมากโดยปัจจุบันการทำ Subcision ส่วนใหญ่ใช้เข็มธรรมดาเพื่อลดต้นทุน

โดยแพทย์จะทำการสอดเข็มลงใต้ผิวหนังเพื่อไปตัดพังผืดใต้ผิวหนัง ( ฟังดูคล้ายการร้อยไหมมากๆเลยใช่มั้ยครับ ) การรักษาหลุมสิว โดยการทำจะเซาะทีละหลุมๆ ค่อยๆทำไปทั่วใบหน้า

หลังทำจะมีแผลแต่ละรอยเข็มที่ทำ ผิวหนังที่โดยเซาะมีเลือดออก และม่วงช้ำอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ หลังจากนั้นหลุมสิวก็จะตื้นขึ้น ( ภาพหลังการรักษาไม่กล้าลงรูปนะครับเพราะดูค่อนข้างน่ากลัว )

ผลข้างเคียงมีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงผลข้างเคียงที่รับไม่ได้

รอยช้ำจากการทำ subcision 1-2 สัปดาห์
ความเจ็บหลังการรักษา
การติดเชื้อใต้ผิวหนัง
การเกิดแผลใหม่ แผลเป็นนูนจากการรักษา

ดังนั้น ที่ผ่านมา 20 ปี การทำ subcision จึงไม่ได้เป็นที่นิยมเลยเนื่องจากระยะพักหน้าที่นาน และ ผลที่ได้ไม่คุ้มกับความเจ็บตัว แต่เมื่อวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีดีขึ้นมีนักวิทยาศาสตร์เก่งๆคิดเครื่องมือที่ช่วงในการแก้ไขเรื่องรอยหลุมสิวโดยวิธี Fractional Photothermolysis ได้แก่เครื่องเลเซอร์ Fraxel ทำให้คนไข้ได้รับผลการรักษาที่ดีและพักหน้าไม่นานเท่าการทำ subcision การรักษาหลุมสิวถึงได้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งนึง

เมื่อกลับมาเป็นที่นิยมแล้ว จึงมีการนำเรื่องการทำ subcision มาเล่าใหม่อีกครั้ง บางครั้งก็นำมาใช้ในการรักษาร่วมกับการทำเลเซอร์ไปด้วยเพื่ออ้างถึงความคุ้มค่าในการรักษา ซึ่งจริงๆแล้วหากทำเลเซอร์ Fraxel ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำ subcision ร่วมด้วยเลยครับ จะเป็นโทษมากกว่าเป็นคุณ การรักษาหลุมสิว.

รักษาสิวที่หลัง เปลี่ยนแชมพูที่ใช้ แชมพูก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว

รักษาสิวที่หลัง เปลี่ยนแชมพูที่ใช้ แชมพูก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวที่หลังเช่นกัน เพราะเวลาที่เราสระผมสิ่งสกปรกก็จะไหลลงไปที่หลังของเรา ยิ่งใครที่ชอบสระผมหลังจากอาบน้ำนี่แหละตัวดีเลย ลองเปลี่ยนแชมพูที่ใช้ดูเพราะเราอาจจะไม่ถูกกับแชมพูตัวที่เราใช้อยู่ก็ได้ การใช้แชมพูขจัดรังแคก็สามารถช่วยรักษาสิวที่หลังได้ดี เพราะในแชมพูขจัดรังแคจะมีสารที่ใช้ขจัดแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดรังแค และเป็นตัวเดียวกันกับที่ทำให้เกิดสิวที่หลัง เพราะฉะนั้นนอกจากจะสระผมด้วยแชมพูขจัดรังแคแล้ว ลองเอาแชมพูขจัดรังแคถูที่หลังเวลาที่อาบน้ำก็จะช่วยลดการเกิดสิวที่หลังได้เช่นกัน รักษาสิวที่หลัง.
รักษาสิวที่หลัง

รักษาสิวที่หลัง เปลี่ยนชุดนอนทุกวัน

บางคนอาจจะงงว่าชั้นก็เปลี่ยนชุดนอนทุกวันอยู่แล้วนี่เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องบอก ครับก็จริงแต่ว่าก็มีบางคนที่ชอบใส่ชุดนอนซ้ำกัน อาจจะ 2-3 วันเปลี่ยนครั้งนึงเพราะคิดว่าแค่ใส่นอนคงไม่ได้สกปรกอะไร แต่ความจริงแล้วการใส่ชุดนอนซ้ำกันก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวที่หลังได้ เพราะเวลานอนแผ่นหลังเราก็จะสัมผัสกับที่นอนอยู่ตลอดเวลา และอาจทำให้เกิดการอับชื้นได้ เมื่ออับชื้นก็เกิดเชื้อแบคทีเรียเข้าไปสะสมที่ชุดนอนที่เราใส่ พอเราใส่ซ้ำแบคทีเรียมันก็กระโดดมาเกาะทีหลังเราแล้วก็ทำให้เกิดสิวตามมา เพราะฉะนั้นเปลี่ยนชุดนอนกันทุกวันนะครับ รักษาสิวที่หลัง

เปลี่ยนผ้าปูที่นอนเป็นประจำ

การนอนบนผ้าปูที่นอนที่ไม่สะอาดก็ทำให้เกิดสิวที่หลังได้เช่นกัน ยิ่งใครที่ชอบนอนถอดเสื้อด้วยแล้วยิ่งมีโอกาสเป็นสิวมากขึ้น เพราะฉะนั้นควรซักผ้าปูที่นอนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อความสะอาดและปลอดภัยจากเชื้อโรคที่สะสมอยู่ และช่วยป้องกันสิวที่หลังได้อีกทางหนึ่ง

เปลี่ยนเสื้อผ้าที่ใส่

เสื้อผ้าทีทำจากผ้าที่ไม่ช่วยระบายอากาศ จะทำให้เวลาที่สวมใส่แล้วเจอความร้อนก็จะทำให้เกิดการอับชื้น โดยเฉพาะคนที่ทำงานอยู่ในห้องแอร์แล้วชอบใส่เสื้อกันหนาวก็จะทำให้เกิดการอับชื้นที่หลังได้ดีเช่นกัน เพราะฉะนั้นควรเลือกใส่เสื้อผ้าที่เบา บาง เพื่อช่วยให้ระบายอากาศได้ดี ลดความอับชื้นซึ่งจะช่วยลดสิวที่หลังได้ดี

เปลี่ยนผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม

บางทีการซักผ้าไม่สะอาดก็ทำให้เกิดสิ่งสกปรกตกค้างและทำให้เกิดสิวที่หลังได้เช่นกัน ผงซักฟอกกับน้ำยาปรับผ้านุ่มก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการตกค้างได้ ลองเปลี่ยนยี่ห้อผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ใช้ดูครับ และที่สำคัญควรซักผ้าให้สะอาดล้างน้ำเปล่าจนมั่นใจว่าไม่เหลือสิ่งตกค้างแล้วจึงค่อยนำไปตาก จะได้ทำให้เสื้อผ้าที่ใส่สะอาดหมดจดลดการเกิดสิว

ก็ลองเอาวิธีกำจัดสิวที่หลังที่ได้นำเสนอไปใช้กันดูครับ บางวิธีก็อาจได้ผล และบางวิธีก็อาจจะไม่ได้ผลกับเรา บางครั้งเราก็ต้องลองผิดลองถูกกันไป เพราะเรื่องสิวพูดกันยากครับ หนึ่งคนก็หนึ่งปัญหา หนึ่งสาเหตุ แทบไม่เหมือนกันสักราย ก็หวังว่าบทความการรักษาสิวที่หลังนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาให้กับทุกคนได้นะครับ วันนี้ผมขอลาไปก่อนครับ

สิว เกิดขึ้นได้ตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่เรามักเป็นสิวบริเวณใบหน้าและหลัง หลายคนรู้สึก สงสัยว่าหากทานอาหารมีประโยชน์ ทำความสะอาดร่างกายดีพอ แล้วจะเกิดปัญหาได้อย่างไร แต่บางครั้ง อะไรที่เราคิดว่าสะอาด ยังมีสิ่งที่ตามองไม่เห็นแอบซ่อนอยู่เสมอ แต่ก่อนอื่นลองมาทำความรู้จัก “สิว” และสาเหตุของสิวให้ชัดเจนกันก่อนนะคะ

สิวเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง ที่พบได้ทุกเพศทุกวัย แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ สิวอุดตัน และสิวอักเสบ ความแตกต่างของสิวประเภทนี้คือ สิวอุดตันจะเป็นสิวหัวดำ ที่เราสามารถบีบออกได้ไม่ยาก ส่วนผิว อักเสบ มีลักษณะหัวสีขาว ค่อนข้างที่จำบีบยาก บวม แดง นูนหากมีการอักเสบมาก

สิวจะเกิดขึ้นบริเวณต่อมไขมันเท่านั้น ทำให้คนส่วนใหญ่เป็นสิวบริเวณใบหน้าและหลัง เมื่อต่อมไขมัน โตขึ้นและผลิตไขมันมากขึ้น เกิดการอุดตัน ก็จะหาทางระบายออกทางรูขุมขน ก่อให้เกิดสิว

“สาเหตุของการเกิดสิวที่หลัง”

หลายๆ คนเข้าใจว่าหากทําความสะอาดหมดจด รักษาสิวที่หลัง จะช่วยปกป้องผิวจากการเกิดสิวได้ แล้วที่มีคนบอกว่ายนํ้า ก่อให้เกิดสิวเป็นไปได้จริงหรือ?

ทุกครั้งที่อาบนํ้าหรือล้างหน้า ต้องให้แน่ใจว่านํ้านั้นสะอาดเพียงพอ เพราะนํ้าบางแหล่งอาจมี แบคทีเรียที่ตามองไม่เห็น รวมไปถึงการว่ายนํ้าในสระ สารคลอรีน และแบคทีเรียในสระที่ใช้ ร่วมกันหลายคน การล้างหน้าหรืออาบน้ำ แล้วขัดหรือถูผิวแรงๆ จะทําให้ผิวแห้งมากขึ้น เพราะผิวถูกชะล้างความมันออกไปโดยการขัดหรือถู ทำให้ร่างกายก็ยิ่งผลิตไขมันมากขึ้น ก่อให้เกิดการอุดตันและเกิดสิวทั้งใบหน้าและหลัง บางคนผิวแพ้นํ้า หลังอาบนํ้าควรบํารุงด้วยโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื่นนอกจากนํ้ายังมีปัจจัยอื่นดังนี้

ปัจจัยภายใน
– กรรมพันธุ์ หากพ่อแม่เป็นสิวก็มีสิทธิที่ลูกจะมีโอกาสเป็นสิวได้ง่ายๆ จากสภาพผิวของเรา
– ฮอร์โมนเพศชาย “แอนโดรเจน” กระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้เกิดสิวอุดตัน ทั้งในหญิงและชาย จะเห็นได้ชัดในวัยรุ่น ที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างรวดเร็ว
– แบคทีเรียในรูขุมขน ทําปฏิกิริยากับไขมันในร่างกาย ก่อให้เกิดรูขุมขนอุดตัน
– การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ผู้หญิงมักจะเกิดสิวก่อนมีประจำเดือนหรือตั้งครรภ์
– อารมณ์และความเครียด การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ
– โรคภัยไข้เจ็บ โรคบางชนิด ก็ส่งผลข้างเคียงทำให้เกิดสิวได้ด้วย

ปัจจัยภายนอก
– สภาพอากาศร้อนชื้นแบบเมืองไทย ทำให้เหงื่อออกง่าย และเกิดการสะสมของแบคทีเรีย ก่อให้เกิดสิวได้ง่ายขึ้น
– ปัจจัยอื่นๆ เสื้อผ้าซักไม่สะอาด หรือผ้าปูที่นอนที่ไม่ได้เปลี่ยนเป็นเวลานาน รักษาสิวที่หลัง.

ครีมลดรอยสิว เชื่อว่ารอยสิว ถือเป็นปัญหาลำดับต้นๆ ที่ทำให้เรื่องความสวยงาม

ครีมลดรอยสิว เชื่อว่ารอยสิว ถือเป็นปัญหาลำดับต้นๆ ที่ทำให้เรื่องความสวยงามของสาวๆ ต้องมีสะดุด เพราะนอกจากจะสร้างความเจ็บปวดของอาการอักเสบที่เกิดจากการที่สิวขึ้นบนใบหน้าแล้ว มันยังทำให้ใบหน้าไม่มีความเรียบเนียนอีกด้วย และแน่นอนว่าเมื่อใบหน้าไม่มีความเรียบเนียน การแต่งหน้าก็ยิ่งมีอุปสรรคเพิ่มมากขึ้น หากจะให้ผิวแลดูเรียบเนียนก็คงต้องหันมาพึ่งรองพื้นที่สามารถกลบสิวนั่นเอง งานนี้ก็คงต้องลงทุนมากเป็นพิเศษ เพราะรองพื้นแต่ละยี่ห้อที่สามารถกลบสิวได้เรียบเนียนนั้นก็มีราคาสูงทั้งนั้น ดังนั้นการหันมาดูแลใบหน้าด้วยการรักษาและลดสิวจึงเป็นทางออกที่น่าสนใจเช่นกัน เพราะไม่ต้องเสียเวลากลบสิวด้วยรองพื้นทุกครั้งที่จะต้องออกไปพบเจอผู้คนมากมาย วันนี้เราได้นำวิธีลดสิวและลดรอยสิวมาฝาก เพื่อให้คุณได้ทำความรู้จักสิวและวิธีการรักษาป้องกันอย่างชัดเจนมากขึ้น ซึ่งติดตามได้เลยดังนี้ ครีมลดรอยสิว.

ครีมลดรอยสิว
ครีมลดรอยสิว สิวคืออะไร? ทำความรู้จักสิว…อย่างเข้าใจ

สิวคือ ลักษณะของผิวหนังบนใบหน้าที่เกิดการอักเสบเรื้อรังของรูขุมขนและต่อมไขมัน ซึ่งจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนขนาดเล็ก มีทั้งชนิดหัวดำและหัวขาว โดยมีลักษณะทั้งตุ่มนูนแดง ตุ่มหนอง และตุ่มเนื้อลึกใต้ผิวหนัง ในส่วนของการเกิดสิวนั้นมักสามารถพบมากที่สุดที่บริเวณของใบหน้า หน้าอก คอ ไหล่ ต้นแขน และหลัง ซึ่งมักจะขึ้นในเด็กวัยรุ่น ทั้งนี้ก็ไม่ได้จำกัดว่าสิวจะขึ้นเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นเท่านั้น เพราะแม้แต่ผู้ใหญ่ที่มีอายุประมาณ 20-40 ปีก็สามารถเป็นสิวได้ด้วยเช่นกัน และก็ได้มีการค้นพบอีกด้วยว่า ในรายที่เป็นสิวชนิดรุนแรงก็มักเกิดในกลุ่มผู้ใหญ่ ซึ่งอาการรุนแรงของการเกิดสิวจะมีอาการเจ็บปวดตามผื่น อีกทั้งยังทิ้งร่องรอยของแผลเอาไว้อีกด้วย แม้ว่าสิวจะไม่ใช่โรคที่ทำให้ถึงกับเสียชีวิตหรือพิการ หากมันก็มีอิทธิพลมากพอที่จะทำให้คนๆ หนึ่งมีปมด้อยไปตลอดชีวิตได้ ครีมลดรอยสิว

วิธีลดสิว ลดรอยอย่างได้ผล ด้วยวิธีธรรมชาติ
19 วิธีการลดสิว

ควรป้องกันไม่ให้ต่อมไขมันที่มีการอุดตันอยู่แล้วเกิดอาการอักเสบ
ควรลดหรือหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะทำให้เกิดการผลิตไขมันจากต่อมไขมัน เพื่อให้มันอยู่ในปริมาณที่สมดุล
หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะคนที่มีผิวมันง่าย จึงไม่ควรทานอาหารที่มีไขมันสูงเด็ดขาด
ควรสระผมให้บ่อยขึ้น เพราะการปล่อยให้ผมมันด้วยการไม่สระผมนั้น จะทำให้สิ่งสกปรกลงมาปรกตามใบหน้าและทำให้เกิดเชื้อโรคต่างๆ จนทำให้ใบหน้าเป็นสิวได้
ไม่ควรใช้สบู่ล้างหน้า เนื่องจากสบู่จะมีความเป็นด่าง ซึ่งด่างจะทำให้เกิดการระคายผิว และนั่นก็คือตัวการหนึ่งที่จะก่อให้เกิดสิวบนใบหน้าได้นั่นเอง
ไม่ควรปล่อยให้ตัวเองมีอาการท้องผูก เพราะอาการดังกล่าวถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวได้ เนื่องจากอาหารที่เกิดการคั่งค้างอยู่ในท้องนั้น ล้วนเป็นของเสียที่ร่างกายไม่ต้องการ และมันจะทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ก่อให้เกิดสิวตามมาได้
หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอาง หรือครีมกันแดดที่ทำให้ใบหน้ามีความมันเพิ่มมากขึ้น
หันมาใช้เครื่องสำอางหรือโลชั่นที่ปราศจากน้ำมัน หรือที่มีระบุไว้ที่ตัวผิตภัณฑ์ว่าไม่ก่อให้เกิดสิว และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน เพราะผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะมีความอ่อนโยนและความปลอดภัยต่อผิวเป็นอย่างมาก
หากต้องใช้สบู่ล้างหน้า ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนต่อผิวเท่านั้น
ควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการอดนอนหรือการเข้านอนดึก เพราะพฤติกรรมนี้จะยิ่งกระตุ้นให้ระบบการทำงานของร่างกายผิดเพี้ยน เกิดความแปรปรวนโดยเฉพาะฮอร์โมนที่อาจไม่สมดุลจนก่อให้เกิดสิวขึ้นง่าย
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ปล่อยวางเรื่องเครียด ทำให้จิตใจแจ่มใสตลอดเวลา เพราะความเครียดจะเป็นตัวกระตุ้นทำให้ต่อมไขมันหลั่งออกมามากขึ้น อีกทั้งการออกกำลังกายยังช่วยผ่อนคลายความเครียด ทำให้อารมณ์แจ่มใส และเหงื่อที่ออกมายังทำหน้าที่ช่วยชำระล้างรูขุมขนให้สะอาด ซึ่งจะช่วยลดการเกิดสิวได้อีกทางหนึ่งด้วย
ล้างหน้าวันละ 2-3 ครั้ง หรือดูตามความจำเป็นของสภาพผิว เพราะสภาพแวดล้อมแต่ละวันย่อมแตกต่างกัน ทั้งนี้การล้างหน้าบ่อยจนเกินไปก็มีส่วนทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น เพื่อผลิตไขมันมากจนผิดปกติจนทำให้เกิดการอุดตันของไขมันกลายมาเป็นสิวได้นั่นเอง
เมื่อใดที่ใช้คลีนเซอร์ทำความสะอาดใบหน้า ครีมลดรอยสิว ก็ควรล้างออกให้หมดจด ห้ามให้มีคราบตกค้างเป็นอันขาด เพราะนั่นจะทำให้สิวขึ้นได้ง่าย
หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ต้องใช้วิธีการขัดถู เพราะนอกจากจะไม่มีส่วนทำให้สิวหายแล้ว ยังกระตุ้นให้เกิดการระคายเคือง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น
หากใบหน้ามีความมันมากเกินไป ก็สามารถทานยาที่ช่วยลดความมันได้ ซึ่งยาชนิดนี้เป็นยาที่อยู่ในกลุ่มของ Retionoids ความมันมากเกินไป ก็สามารถทานยาที่ช่วยลดความมันได้ ซึ่งยาชนิดนี้จะเป็นยาที่อยู่ในหลุ่มของ ทำให้เกิดการระคายเคือง รวมทั
ไม่ควรอาบแดด เพราะการอาบแดดจะทำให้ผิวแห้งขึ้น อีกทั้งการอาบแดดในระยะยาวจะมีภัยร้ายต่อร่างกายได้ ซึ่งมันสามารถทำให้ผิวเริ่มมีความเหี่ยวย่นก่อนวัย อีกทั้งยังเสี่ยงที่จะทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังอีกด้วย ดังนั้นความเชื่อที่ว่าการอาบแดดจะช่วยลดสิวนั้นถือเป็นความเชื่อที่ผิดนั่นเอง
บังคับมือตัวเองไม่ให้ไปสัมผัสกับใบหน้า หรือเลิกพฤติกรรมการเท้าคางเวลาคิด เนื่องจากมือของคนเรานั้นจะเต็มไปด้วยแบคทีเรีย และนั่นก็ถือเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้สิวเห่อได้ ที่สำคัญไม่ควรบีบ เกา หรือสิว เพราะจะทำให้เกิดรอยแผลเป็น รอนดำจากสิว รอยหลุมจากสิว รวมทั้งรอยนูนจากสิวนั่นเอง
หลีกเลี่ยงฝุ่นควันหรือมลพิษต่างๆ รวมทั้งการหลีกเลี่ยงอยู่ในสถานที่ที่มีฝุ่นในปริมาณมาก เพราะจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้ใบหน้าติดเชื้อแบคทีเรียได้ง่าย เนื่องจากสิ่งนี้ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวผดได้หากไม่ยอมหลีกเลี่ยง
หมั่นรักษาความสะอาดของเครื่องนอนอยู่เสมอ โดยเฉพาะปลอกหมอน เพราะสิ่งที่จะสัมผัสกับใบหน้าเป็นอันดับแรกเวลาวางตัวลงนอนนั่นก็คือหมอน ดังนั้นหากปลอกหมอนหรือที่นอนสกปรก ก็เท่ากับว่าเป็นการเปิดช่องทางให้เชื้อโรคเข้ามาสัมผัสใบหน้าได้อย่างใกล้ชิดนั่นเอง ครีมลดรอยสิว.