ฉีดหน้าเรียว High intensity focused ultrasound (HIFU) เทคโนโลยีคลื่นอัลตร้าซาวด์

ฉีดหน้าเรียว High intensity focused ultrasound (HIFU) เทคโนโลยีคลื่นอัลตร้าซาวด์พลังงานสูง Ultra V HIFU โปรแกรมใหม่ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยของใบหน้าให้ตึงขึ้นได้ โดยไม่ต้องเจ็บตัว ตอบโจทย์ความงามของคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ปัญหาคางสองชั้น มีชั้นไขมันส่วนเกินใต้คางและแก้มที่ต้องการยกกระชับผิว มีใบหน้าเรียวขึ้น แต่กลัวเจ็บ กลัวเข็ม นวัตกรรมใหม่ในการยกกระชับใบหน้า HIFU นี้ จะทำการปล่อยพลังงานคลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูง ให้ลงลึกถึงใต้ชั้นผิวหนังบริเวณชั้นพังผืดที่รองรับเนื้อเยื่อของผิวหนัง พลังงานจะลงไปทำให้เส้นใยพังผืดหดกลับกระชับตึงขึ้น กระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสต์เซลล์ ให้ผลิตเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มมากขึ้น เส้นใยคอลลาเจนใต้ผิวมีการจัดเรียงตัวใหม่ทำให้ผิวดูเต่งตึงและยืดหยุ่นมากขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยการผลัดเซลล์ผิวเก่าออก เพิ่มกระบวนการไหลเวียนโลหิต ทำให้ผิวหนังดูสดใสและเปล่งปลั่งขึ้น ในระหว่างการรักษาทำได้โดยมไต้องใช้ยาชา ทำแล้วสบาย คนไข้ไม่ต้องทรมานต่อความเจ็บปวด หลังกรรักษาสามารถแต่งหน้าทำกิจกรรมได้ตามปกติทันที โดยไม่มีรอยแดงหรือไหม้ โดยผลการรักษาจะดีขึ้น เมื่อทำกระตุ้นซ้ำในช่วงระยะเวลาประมาณ 1-3 เดือน โดยเฉลี่ยกระตุ้น 1-2 ครั้ง จะส่งผลให้การรักษาจะอยู่ได้นานขึ้น และหลังจากนั้นอาจจะมาซ้ำในทุก 3-6 เดือน โดยไม่มีผลข้างเคียง ฉีดหน้าเรียว.

ฉีดหน้าเรียว
ฉีดหน้าเรียว นอกจากนี้สำหรับผู้ที่เคยผ่านการฉีดฟิลเลอร์หรือการร้อยไหมมา ก็สามารถทำ HIFU ได้เช่นกัน เนื่องจากเทคโนโลยีชนิดนี้ จะส่งผลต่อเซลล์ผิวชั้นลึก หากทำการฉีดฟิลเลอร์หรือการร้อยไหมมา ให้เว้นระยะ 1-2 เดือน แล้วค่อนเสริมด้วยเทคนิคนี้ ก็จะยิ่งทำให้ใบหน้าดูกระชับและช่วยเสริมให้เกิดการรักษาตัวให้หายเร็วขึ้น

เทคนิค Program HIFU โดย Ultra V Korea

ทาง Ultra V Korea ได้มีการพัฒนาการเทคโนโลยี เพื่อเสริมประสิทธิภาพของการรักษายกกระชับใบหน้าควบคู่กับการทำ HIFU ด้วยโปรแกรม Cryo stem cell โดยการผลัก stem cell peptide serum ด้วยการใช้เครื่องทำความเย็น -15 องศา เพื่อให้ผิวที่ถูกกระตุ้นและมีความร้อนส่วนหนึ่งอยู่ในผิว ให้เกิดการซ่อมและสร้างผิวใหม่ เกิดการฟื้นฟูและช่วยให้ซ่อมแซมตัวเองให้หายเร็วขึ้น กระจ่ายใสขึ้นกว่าการปล่อยให้ผิวที่ได้รับการบาดเจ็บซ่อมแซมตัวเองเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังมีการใช้ร่วมกับหน้ากากชะลอวัย LED Mask ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพื่อให้เกิดการรักษาที่ดียิ่งขึ้นตามความต้องการของคนไข้ ฉีดหน้าเรียว

ใครว่าโยคะ จะจะช่วยให้เราหายจากอาการปวดเมื่อย แถมหุ่นดีได้เท่านั้นล่ะคะสาวๆ รู้หรือไม่คะว่า โยคะก็ช่วยให้เราหน้าเด็กได้เหมือนกันนะเออ! แต่โยคะที่ว่านี้ไม่ใช่การใช้ท่าโยคะแบบที่เราเคยเห็นทั่วไปค่ะสาวๆ แต่เป็นการโยคะโดยใช้เพียงใบหน้าและนิ้วมือของเราเท่านั้น!

ซึ่งสาวหลายๆ คนที่อยากมีใบหน้าเรียวเล็ก หน้าใสเปล่งปลั่ง แถมไม่มีริ้วรอย ก็อาจจะนึกถึงแต่วิธีทาครีม ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว หรือแม้แต่การศัลยกรรม โบท็อกซ์ต่างๆ จนอาจลืมนึกถึงวิธีการง่ายๆ อย่างการโยคะใบหน้ากันไป ใครที่อยากสวยใสแบบธรรมชาติล่ะก็ วันนี้ Women Society ขอแนะนำการโยคะใบหน้าด้วยท่าต่างๆ ฉีดหน้าเรียว เหล่านี้เลยค่ะ บอกเลยว่า แค่สาวๆ หมั่นทำทุกวันในช่วงเช้าหรือก่อนนอน หน้าเรียวๆ ผิวตึงเป๊ะก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน! (การโยคะใบหน้าอาจจะเห็นผลช้าสักหน่อย แต่ถ้าสาวๆ มีความพยายามและมีวินัยในตนเอง รับรองว่า ใบหน้าสวยใสแบบวัย 20 จะกลับคืนมา!)

เริ่มด้วยการโยคะลดถุงใต้ตาก่อนเลยค่ะสาวๆ
ท่าที่ 1 ทำท่าชูสองนิ้วสองมือ จากนั้นนำนิ้วไปวางที่บริเวณดวงตาทั้งสองข้าง โดยให้นิ้วกลางวางอยู่บริเวณหัวตา นิ้วชี้วางที่บริเวณหางคิ้ว แล้วกดนิ้วมือทั้งสองข้างเบาๆ จากนั้นกลอกตาขึ้นลง 10 ครั้ง

ท่าที่ 2 วางมือไว้ที่ตำแหน่งเดิม จากนั้นหลับตาให้สนิท หรือหลับตาปี๋นั่นเองค่ะสาวๆ นับ 1-40 แล้วค่อยลืมตาขึ้นช้าๆ

Tips : ระวังอย่ากดนิ้วมือหนักเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดรอยย่น รอยตีนกาได้ค่ะ

ลดถุงใต้ตากันแล้ว ก็มาลดแก้มกันต่อเลยค่า
สำหรับท่าลดแก้มก็ง่ายๆ เลยค่ะ เพียงแค่เม้มริมฝีปากบนเข้าหาฟันล่างให้คางยื่นออกมา จากนั้นยิ้ม ยกมุมปากขึ้น แล้วเงยหน้าขึ้นมองเพดาน ให้กล้ามเนื้อช่วงคอตึง ค้างไว้ 10 วินาที ทำเช่นนี้วันละ 3 ครั้ง รับรองแก้มบวมๆ หายวับ!

สุดท้ายกับท่าโยคะกระชับผิวหน้า ที่จะช่วยให้สาวๆ หน้าเด็กได้ใน 3 นาที เพียงแค่ทำท่าทั้งหมดนี้ทุกเช้า!
ท่าที่ 1 เอียงศีรษะไปทางซ้าย โดยให้ช่วงต้นคอรู้สึกตึง ค้างไว้ 5 วินาที จากนั้นสลับ เอียงศีรษะไปทางขวา ค้างไว้ 5 วินาที

ท่าที่ 2 ลืมตา โดยลืมตาให้กว้าง หรือเบิ่งตา สลับกับหลับตา ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 3 ใช้นิ้วมือทั้งสองข้างๆ ค่อยๆ ไล่กดบริเวณใต้ตาไปจนถึงหางคิ้ว ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 4 ใช้นิ้วกลางค่อยๆ กดลงบริเวณหัวตา หรือบริเวณสันจมูกทั้งสองข้าง จากนั้นค่อยๆ วาดนิ้วลงไปตามใต้ตา ผ่านโหนกแก้ม ไปจนถึงขมับ ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 5 ใช้นิ้วชี้กดเบาๆ บริเวณใต้โหนกแก้ม แถวๆ ปีกจมูก จากนั้นขยับจมูกและกล้ามเนื้อบริเวณเหนือริมฝีปากบนไปมา 10 ครั้ง

ท่าที่ 6 ทำปากจู๋ ดูดแก้มเข้าหากัน จากนั้นขยับกล้ามเนื้อบริเวณโหนกแก้มไปมา 10 ครั้ง

ท่าที่ 7 ทำปากจู๋เล็กน้อย แล้วเงยหน้าขึ้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ค้างไว้ 10 วินาที

ท่าที่ 8 ทำปากจู๋เล็กน้อย แล้วดุนลิ้นออกมาระหว่างริมฝีปากล่างและบน แล้วหันหน้าไปด้าานซ้ายค้างไว้ 5 วินาที จากนั้นสลับหันไปด้านขวา ค้างไว้ 5 วินาที

ท่าที่ 9 ใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มขึ้นลง สลับซ้ายขวา ข้างละ 5 วินาที

ท่าที่ 10 สูดลมหายใจเข้า กักลมเอาไว้ที่แก้มจนแก้มป่อง จากนั้นปล่อยลมที่แก้มสลับซ้ายขวาไปเรื่อยๆ ทำประมาณ 10 วินาที

ท่าที่ 11 อ้าปากให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นเงยใบหน้าขึ้นให้สุดแล้วค้างไว้ 10 วินาที ฉีดหน้าเรียว.

อยาก หน้าเรียว คราวนี้เรามาลองดูกันนะคะว่าแต่ละวิธีนั้นราคาอยู่ที่เท่าไหร่กันบ้าง

อยาก หน้าเรียว คราวนี้เรามาลองดูกันนะคะว่าแต่ละวิธีนั้นราคาอยู่ที่เท่าไหร่กันบ้าง โดยราคาที่นำมาบอกนี่เป็นเพียงราคาคร่าว ๆ นะคะ  ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับคลินิกแต่ละแห่งด้วย โดยจะแตกต่างกันบ้างขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง  หรือบางครั้งก็เป็นการบินไปศัลยกรรมที่ต่างประเทศก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ สูงกว่าปกติค่อนข้างมาก แต่ก็ได้ไปทำถึงแหล่งที่ว่ากันว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมโดยตรง 1. เรามาเริ่มที่การศัลยกรรมก่อนนะคะ โดยส่วนที่นิยมทำก็คือช่วงกราม เพราะเมื่อตัดออกก็จะทำให้หน้าเรียวได้อย่างทันใจเลยทีเดียว สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 55,000 จนไปถึง แสนปลาย ๆ อยาก หน้าเรียว.

อยาก หน้าเรียว
อยาก หน้าเรียว 2. ส่วนต่อมา เป็นศัลยกรรมช่วงโหนกแก้มค่ะ บางท่านโหนกแก้มสูง ก็มีความต้องการที่ปรับลด หรือกรอให้ลดระดับลง ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 60,000 บาทขึ้นไป จนถึงแสนปลาย ๆ เช่นกัน

3.  ในเรื่องของคางบ้าง บางท่านอาจติงว่าคางตนเองสั้นไป หรือเสริมเพื่อให้หน้าดูเรียวยิ่งขึ้น ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 10,000 กว่าบาทจนถึงแสนปลาย ๆ อยาก หน้าเรียว

ในส่วนของศัลยกรรม อาจเห็นว่าช่วงของราคาห่างกันมาก  ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณหมอ, ประสบการณ์ของหมอ, คลินิก, ประเทศที่ทำศัลยกรรม, วัสดุที่ใช้ในการทำศัลยกรรมนะคะ

4. ฉีดโบท็อก (Botox) เป็นการฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ เข้าไปบริเวณใบหน้าในจุดที่ต้องการ เพื่อให้หน้ามีความกระชับขึ้น สนนราคาก็ประมาณ 4,500 บาทขึ้นไป และเมื่อฉีดแล้วก็อยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ก็ต้องกลับไปฉีดซ้ำค่ะ

5. การทำ Ulthera โดยใช้คลื่นยิงเข้าไปที่ผิวหนังเพื่อทำการรักษา ข้อดีก็คือเห็นผลหลังทำทันทีและไม่ต้องนอนพักฟื้นค่ะ สนนราคาก็ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป

6. การทำ Thermage เป็นการนำคลื่นความถี่วิทยุมาส่งผ่านเข้าชั้นผิวหนังของใบหน้า ให้หน้ามีความกระชับมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้หน้าดูเรียวขึ้น สนนราคาก็เริ่มตั้งแต่ประมาณ 35,000 บาทขึ้นไป

7. การลดแก้ม ลดเหนียงที่คอด้วยวิธีเมโสแฟต อยาก หน้าเรียว วิธีสำหรับคนที่อยากลดแก้ม ลดเหนียงนะคะ  โดยการที่แพทย์จะทำการฉีดสารบางตัวเข้าไปที่ผิวบริเวณที่ต้องการ สนนราคาเริ่มต้นที่ 800 กว่าบาท แต่ต้องฉีดทุก ๆ อาทิตย์ และอาจต้องฉีดหลายครั้งค่ะ

8. การจัดฟัน หากสุขภาพภายในปากเป็นปัญหาต่อผิวหน้า เช่นทำให้ปากยื่น คางยื่น เมื่อมีการจัดฟัน โดยมีการถอนฟันออกบางส่วน ขูดหินปูน อุดฟัน ตลอดจนใช้เหล็กค่อย ๆ ดัดให้ฟันได้รูปอย่างเป็นระเบียบ วิธีนี้ค่อนข้างใช้เวลานะคะ  อาจจะประมาณ 2-5 ปีกันเลยทีเดียวขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาของแต่ละบุคคล

สนนราคาโดยรวมก็ 30,000 บาทขึ้นไป ที่ต้องบอกโดยรวมเพราะไม่ได้เป็นการจ่ายเพียงครั้งเดียว  หากทยอยจ่ายตามจำนวนครั้งที่ต้องไปพบคุณหมอค่ะ อีกทั้งการที่หน้าดูเรียวขึ้นก็เป็นเพียงผลพลอยได้เท่านั้นค่ะ

หวังว่าบทความชุดนี้คงจะทำให้เพื่อน ๆ ได้รับประโยชน์บ้างนะคะ  เพราะหากท่านใดกำลังหาข้อมูลทำหน้าเรียว จะได้เตรียมหยอดกระปุกกันได้ถูกค่ะ อยาก หน้าเรียว.

การทำหน้าเรียว จากบทความในตอนที่แล้วที่ได้รวบรวมและแจกแจงราคาการทำหน้าเรียวสวย

การทำหน้าเรียว จากบทความในตอนที่แล้วที่ได้รวบรวมและแจกแจงราคาการทำหน้าเรียวสวยด้วยวิธีการต่าง ๆ โดยตอนที่แล้วเป็นราคาการทำหน้าเรียวแบบที่ต้องศัลยกรรมโดยผ่าตัด  หรือต้องให้คุณหมอเป็นผู้ลงมือให้  แต่มาในบทความนี้จะเป็นราคาการทำหน้าเรียวแบบที่ไม่ต้องเจ็บตัวกันบ้างค่ะ 1. ครีมหน้าเรียว ใช้ทาบริเวณใบหน้าและทำคู่กับการนวด ซึ่งหากจะให้เห็นผลเร็วและมีประสิทธิภาพ ต้องหมั่นทำทุกวันค่ะ สนนราคาก็กระปุกละ 1000 กว่าบาทขึ้นไป อยู่ที่แบรนด์ค่ะ อย่าลืมตรวจสอบ อย. กันด้วยนะคะ 2. ลูกกลิ้งหน้าเรียว อันนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากญี่ปุ่น เป็นการนำผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก ลักษณะเหมือนไม้ยิงหนังสติ๊ก ด้านปลายทั้งสองฝั่งเป็นลูกกลิ้ง นำเจ้านี่มากลิ้งไล้ไปมาช่วงบริเวณกราม แก้ม เป็นต้น ประมาณ 15-20 นาทีทุกวัน ใช้เวลาประมาณ 2-3 อาทิตย์ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลง แถมสนนราคาแสนถูก เริ่มต้นที่ประมาณ 100 กว่าบาทขึ้นไป การทำหน้าเรียว.

การทำหน้าเรียว
การทำหน้าเรียว 3. สายรัดหน้าเรียว เป็นที่นิยมในหมู่สาว ๆ เกาหลีและดารา โดยสายรัดซื้อครั้งเดียว ราคาหลักร้อยปลาย ๆไปจนถึงพันกว่าบาท ซึ่งควรใช้ควบคู่กับครีมยกกระชับหน้า ก็เริ่มต้นที่ 1000 กว่าบาท

4. การแต่งหน้า  วิธีนี้อาจไม่ได้ทำให้หน้าเราเรียวขึ้นจริง ๆ แต่ใช้หลักการพรางตาจากการหน้า โดยการไฮไลต์ เฉดดิ้ง และเทคนิคอื่น ๆ เพื่อมากลบจุดด้อย และเพิ่มจุดเด่นบนใบหน้า  ซึ่งหากเราไม่มีความรู้เลย เดี๋ยวนี้ก็มีหลักสูตรสอนการแต่งหน้ามากมายหลายที่ลองเลือกสรรดูนะคะ  ราคาก็เริ่มต้นประมาณ 3,500 บาท หรือตามศูนย์ฝึกอาชีพของรัฐก็มีสอนให้ฟรีนะคะ ซึ่งการแต่งหน้าเพื่อให้หน้าเรียวนั้น ต้องอาศัยการฝึกฝน หมั่นทำบ่อย ๆ ก็จะชำนาญขึ้นเองนะคะ การทำหน้าเรียว

5. การลดน้ำหนัก บางท่านอาจคิดว่าแค่ลดน้ำหนักเนี่ยนะ จะทำให้หน้าเรียว  คุณต้องพิสูจน์เองค่ะ ลองเช็คน้ำหนักตัวเองดูว่าเกินพิกัดไปเท่าไหร่ แล้วลดให้ได้ตามสัดส่วนที่เหมาะสม ด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย  วิธีนี้นอกจากได้ความงามด้วยแล้ว ยังทำให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นอีกด้วย  อีกทั้งอาจไม่ต้องเสียสตางค์เลยด้วยค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้ตามศูนย์ชุมชนหรือสวนสาธารณะก็มีเครื่องเล่นออกกำลังกายให้คุณได้ใช้บริการแบบฟรี ๆ อีกด้วย

6. หน้าเรียวสวยได้ด้วยทรงผม หากเราตัดผมให้เหมาะกับรูปหน้าก็ทำให้เรามีรูปหน้าที่เรียวได้เหมือนกัน  แต่คุณควรหาร้านที่ช่างผมฝีมือดีสักหน่อย จะทำให้คุณไม่ผิดหวังเมื่อเดินออกมาจากร้านค่ะ  สนนราคาก็เริ่มต้นที่ 200 บาทไปจนถึง พันกว่าบาท

จะเห็นได้ว่าหากไม่ต้องการเจ็บตัวจากการทำศัลยกรรมก็ยังมีวิธีที่หลากหลายให้เราได้เลือกเพื่อได้หน้าเรียว  ลองนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับทุกท่านดูนะคะ

ใคร ๆ ก็อยากมีหน้าที่เรียวสวยได้รูปกันทั้งนั้น แต่จากการศึกษาในงานวิจัยมากมาย ก็จะพบว่าโครงหน้าที่เป็นคนหน้าสวยในอุดมคติ  ต้องมีโครงหน้ารูปวงรี เรียวยาวในทางแนวตั้ง  แต่เมื่อมามองย้อนดูที่โครงหน้าของสาวไทยก็จะพบว่า ส่วนมากแล้วจะอยู่ในรูปของทรงรีแต่ค่อนกลม ไม่ก็ค่อนเหลี่ยม โครงหน้าแทนที่จะเรียวยาวในแนวตั้ง

กลับบานออกและเด่นในแนวขวางแทน ดังนั้นหากต้องการให้มีโครงหน้าสวยแบบในอุดมคติ จึงต้องเหลาโครงหน้าเหลี่ยมให้มน เหลาโครงหน้ากลมให้รี ยืดโครงหน้าให้ยาวขึ้น หากทำได้ดังนี้โครงหน้าที่จะขึ้นก็ใกล้เคียงความสมบูรณ์แบบแล้ว แต่ฟังดูแล้วค่อนข้างเหนื่อยทีเดียวใช่ไหมคะ คงต้องหาทางลัดมาช่วย

หากคุณ ๆ ไม่อยากทำศัลยกรรมที่ต้องเรียกว่ายกเครื่องใหม่หมด  เพราะนอกจากค่าใช้จ่ายที่จะต้องมีแบบสูงลิบแล้ว การพักฟื้นเพื่อรักษาแผลจากการทำศัลยกรรมยังใช้เวลานาน  กว่าจะเข้ารูปรอยและสนิทจริง ๆ ก็กินเวลาเป็นปีเลยทีเดียว

ดังนั้นเราก็อาจพึ่งคุณหมอผู้เชี่ยวชาญในด้านการจิ้ม ๆ ฉีด ๆ ไปก่อน โดยในที่นี้เราจะใช้บริการของการฉีดโบท็อก และฉีดฟิลเลอร์ ควบคู่กัน  โดยในแต่ละส่วนจะทำอย่างไรบ้าง เรามาดูกันในแต่ละจุดค่ะ

โครงหน้าที่เรียกกันว่าสวยนั้น เรามาดูในจุดแรกกันก่อน เริ่มจากหน้าผาก หน้าผากที่สวยงามควรที่จะตึง เป็นโหนกนูนเล็กน้อย ส่วนนี้จึงแนะนำให้ฉีดโบท็อก เมื่อรวบผมตึงแล้วดูสวยมั่น แต่ถ้าหากหน้าผากบุ๋ม และต้องการให้มีความโค้งนูนสวยงาม ก็ใช้วิธีฉีดฟิลเลอร์ให้นูนเต็ม เป็นการปรับฮวงจุ้ยของหน้าได้อีกด้วย ส่วนต่อมาคือขมับ การทำหน้าเรียว หากขมับบุ๋ม โครงหน้าเราก็เหมือนวงรีที่เว้าเข้าไป จึงควรใช้วิธีการเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์ ในจุดต่อมาที่ถือว่าสำคัญมากของวงรี นั่นคือกราม สาวไทยส่วนมากมักจะมีกล้ามเนื้อกรามค่อนข้างใหญ่

ส่วนนี้สามารถแก้ไขได้โดยการฉีดโบท็อกเข้าไป  เพื่อให้กล้ามเนื้อลดขนาดลง อีกทั้งมุมของกรามจะแนวยกขึ้น ใกล้เคียงกับความงามที่ต้องการ โครงหน้าจะดูเรียวขึ้นอย่างชัดเจน มาถึงจุดล่างสุดของโครงหน้า นั่นคือคาง หากสาว ๆ มีปัญหาคางสั้น หรือคางตัด เริ่มจากการฉีดโบท็อกเพื่อไปคลายกล้ามเนื้อคางก่อน แล้วค่อยฉีดสารฟิลเลอร์เข้าไป เติมเต็มปรับรูป คางจะดูเรียวสวยเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น

เมื่อเราไล่กรอบหน้าให้กลายเป็นวงรีแล้ว อีกส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือกลางหน้า นั่นคือจมูก บริเวณนี้ อาจใช้ฟิลเลอร์ แก้ไขบริเวณแกนจมูกให้ชัดและยาวขึ้น โดยฟิลเลอร์สามารถปรับแก้ บริเวณสันจมูกให้นูนสวยเป็นแกนตามแนวยาว หรือดูมนสวยงามขึ้น และสามารถยกแกนกลางของจมูกทำให้ปลายจมูกดูยกแก้ไขปัญหาปลายจมูกงุ้มได้ ส่วนปีกจมูกนั้นควรฉีดโบท็อก เข้าไปเพียงเล็กน้อย ก็จะช่วยลดปีกจมูกที่บานออกให้หุบลงได้ เพียงเท่านี้จมูกที่เรียวสวยและโด่งขึ้น เพียงเท่านี้ทั้งโครงหน้าและส่วนของกลางหน้าก็จะลงตัวแลดูสวย

ดู ๆ ไปมันก็คล้ายศิลปะอย่างหนึ่ง ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับฝีมือของแพทย์ที่มีความชำนาญมาก ๆ นะคะ  เพราะฉะนั้นควรหาข้อมูลเยอะ ๆ ก่อนจะตัดสินใจทำ แล้วผลลัพธ์ที่ได้ก็จะสมความต้องการของคุณแน่นอนค่ะ

ทุก ๆ ท่านคงได้เคยอ่านบทความผ่านตากันมาบ้างแล้วนะคะ  ว่าหากต้องการมีหน้าเรียวเป็นวีเชฟแบบสาวเกาหลี  ต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งมีหลากหลายวิธีให้ได้เลือกกันทั้งศัลยกรรมผ่าตัด  หรือเป็นการฉีดสารบางตัวเข้าไป โดยในแต่ละวิธีก็จะมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไปค่ะ การทำหน้าเรียว.

วิธีทำหน้าเรียว สาวๆ บางคนอาจจะทำออกมาแล้วสวย

วิธีทำหน้าเรียว สาวๆ บางคนอาจจะทำออกมาแล้วสวย สาวๆ บางคนอาจจะทำออกมาแล้ว ต้องไปแก้หน้า หรือซ่อมหน้ากัน ให้สวย ซ่อมหน้าไป ซ่อมหน้ามา สาวๆ บางคนโชคร้ายหน้าเละไป ซึ่งดูๆ แล้ว มันไม่ค่อยดีซักเท่าไร แต่ที่แน่ๆ การทำศัลยกรรมนั้น ค่าทำหน้าสวย ราคาตัวเลขที่เราต้องเสียไปนั้น หลายหลักอยู่นะค่ะเพื่อนๆ ในวันนี้เราจึงมีวิธีดีๆ ที่ไม่ทำให้เพื่อนๆ ต้องไปเจ็บตัวแบบนั้น วิธีทำให้หน้าเรียว ด้วยตนเอง วิธีทำให้หน้าเรียว ที่เรานำมาฝากเพื่อนๆ ในวันนี้จะมีอยู่ด้วยกัน 3 วิธี แต่จะเป็นวิธีไหนบ้างนั้น เราไปติดตามพร้อมๆ กันเลยค่ะเพื่อนๆ วิธีทำหน้าเรียว.

วิธีทำหน้าเรียว
วิธีทำหน้าเรียว แบบที่ 1 วิธีทำให้หน้าเรียว ด้วยการนวดหน้า
การนวดหน้านั้น สามารถทำให้หน้าของเราเรียวได้ ถ้าเรานวดหน้าอย่างถูกวิธี และทำเป็นประจำสม่ำเสมอ เสมือนทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน ถ้าเรานวดหน้าอย่างถูกวิธี นอกจากจะทำให้ใบหน้าของเพื่อนๆ เรียวแล้ว ยังช่วยให้เพื่อนๆ ได้ผ่อนคลายความตึงเครียด ที่เราเผชิญมาทั้งวันได้ด้วยค่ะ การนวดหน้านั้น เราจะทำการนวดในส่วนต่างๆ ของใบหน้าแตกต่างกันไป ดังต่อไปนี้

หน้าผาก: ให้เพื่อนๆ ใช้นิ้วชี้ และนิ้วกลาง นวดขึ้นลักษณะเป็นวงกลม จากตรงกลางหน้าผาก ไปจนถึงขมับ วิธีทำหน้าเรียว
แก้ม: ให้เพื่อนๆ อ้างปากกว้างๆ แล้วดึงปากมาหุ้มฟันไว้ เสร็จแล้วยิ้มให้กว้างที่สุดนะค่ะ
ใต้ค้าง: ท่านี้จะนวดเพื่อ ลดไขมันใต้ค้าง นะค่ะ ให้เพื่อนๆ เงยหน้าขึ้นมองเพดานให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ หลังจากนั้น ให้ใช้มือของเพื่อนๆ ดึงริมฝีปากล่าง มาหุ้มกับริมฝีปากด้านบน แล้วค้างเอาไว้ประมาณ 10 นาที และอย่าลืมหายใจเข้าลึกๆ และหายใจออกยาวๆ ด้วยนะค่ะ
กราม: ให้เพื่อนๆ อ้างปากกว้างๆ กว้างที่สุด เท่าที่จะทำได้ แล้วให้เพื่อนๆ เปลี่ยนมาทำปากจู่ ทำแบบนี้สลับกันไปเรื่อยๆ ประมาณ 10 นาที ท่านี้จะช่วยให้สาวๆ ที่มีกรามใหญ่ มีกรามที่เล็กลงได้นะค่ะ

แบบที่ 2 วิธีทำหน้าเรียวด้วยการทาครีม

สำหรับการทาครีม เพื่อทำให้หน้าเรียวนี้ จะเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การทาครีมลงบนใบหน้า โดยให้เพื่อนๆ ทาครีมบำรุงหน้าที่เพื่อนๆ มี ลงบนใบหน้า วิธีทำหน้าเรียว อย่างเบามือให้มากที่สุด แนวทางการทาครีมนั้น ให้เพื่อนๆ ทาครีมในแนวย้อนขึ้นอย่างเบาๆ เมื่อเพื่อนๆทาครีมในลักษณะแบบนี้ทุกวัน จะทำให้เพื่อนๆ มีใบหน้าที่เรียว กระชับ ทีนี้จะแต่งหน้า หรือจะทำผมทรงไหนก็สวยทั้งนั้นแหละค่ะ
แบบที่ 3 วิธีทำหน้าเรียวด้วยทรงผม

สำหรับวิธีทำให้หน้าเรียว โดยการทำผมช่วยนั้น เป็นการอำพรางใบหน้าของเรา ทรงผมที่เราทำแล้ว แลให้หน้าของเราดูเรียวขึ้น มีหลายแบบ ยกตัวอย่างเช่น การทำผมเสกข้าง ผมทรงนี้จะช่วยให้สาวๆ ที่มีรูปหน้ากลม ดูเรียวขึ้นได้ค่ะ ส่วนสาวๆ ที่มีรูปหน้าบานเป็นกระดง ทรงผมที่เพื่อนๆ ควรจะทำก็คือ การต่อผม ทำให้มีผมที่ยาว เพราะสาวๆ หน้าบานทั้งหลาย ถ้าหากไว้ทรงผมที่สั้น จะทำให้รูปหน้าที่บานของคุณดูโดดเด่น ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเจนเลยล่ะค่ะ และสาวๆ คนไหนที่คิดอยากจะเปลี่ยนทรงผม ให้เพื่อนๆ มาทำผมทรงสไลด์ข้างดู เพราะผมทรงนี้ สามารถทำให้รูปหน้าของเพื่อนๆ เรียวลงได้ค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างค่ะ ด้วยสามวิธีที่แนะนำมาข้างต้น หากสาวๆ ทำเป็นประจำ รับรองได้เลยว่าหน้าจะเรียว สวย เข้ารูป โดยไม่ต้องไปทำศัลยกรรม ให้เสียเงินเลยค่ะ

ความมั่นใจของสาว ๆ ในยุคนี้  คงหนีไม่พ้นกับหน้าเรียว หรือหน้าวีเชฟ  เพราะไม่ว่าจะถ่ายรูปมุมไหนก็ดูดีไปเสียหมด  อีกทั้งยังเพิ่มความมั่นใจในการพบปะผู้คนในชีวิตประจำวันอีกด้วย แต่เราก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า  ทุกคนเกิดมาไม่ได้มีใบหน้าที่เรียกว่าสมบูรณ์แบบ  หรือจะเรียกได้ว่ารูปหน้าบางส่วนยังไม่ถูกใจตนเอง  จึงทำให้การศัลยกรรมเข้ามาบทบาท และเติมเต็มในความต้องการของบรรดาสาว ๆ หรือแม้แต่ชายหนุ่มด้วยก็ตาม วิธีทำหน้าเรียว.